ฟรีแลนซ์เตรียมตัวยื่นภาษีเดือนมีนาคม เช็กลิสต์ครบทุกขั้นตอน
·อ่าน 5 นาที

ฟรีแลนซ์เตรียมตัวยื่นภาษีเดือนมีนาคม เช็กลิสต์ครบทุกขั้นตอน

ทุกปีเมื่อเข้าสู่เดือนมกราคมถึงมีนาคม ฟรีแลนซ์หลายคนเริ่มเครียดกับเรื่องภาษี บางคนเพิ่งนึกได้ว่าต้องยื่นภาษีเมื่อเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ต้องรีบหาเอกสาร คำนวณตัวเลข และยื่นแบบอย่างเร่งรีบ ทำให้มีโอกาสผิดพลาดสูง เสียสิทธิ์ลดหย่อนที่ควรได้ หรือจ่ายภาษีเกินไปโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะเป็นเช็กลิสต์ที่ครบถ้วนสำหรับฟรีแลนซ์ในการเตรียมตัวยื่นภาษีประจำปี ถ้าทำตามทุกขั้นตอน คุณจะยื่นภาษีได้อย่างมั่นใจ ไม่พลาดสิทธิ์ใดๆ และไม่ต้องเครียดอีกต่อไป


กำหนดเวลาสำคัญที่ต้องจำ


ก่อนจะลงรายละเอียด มาดูกำหนดเวลาสำคัญกันก่อน ภาษีประจำปี ภ.ง.ด.90 สำหรับฟรีแลนซ์ต้องยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดจากปีที่ได้รับรายได้ ถ้ายื่นผ่าน e-Filing บนเว็บไซต์กรมสรรพากร จะได้ขยายเวลาถึงเดือนเมษายน


Timeline เตรียมยื่นภาษี มกราคม - เมษายน
Timeline เตรียมยื่นภาษี มกราคม - เมษายน

สำหรับภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.94 ต้องยื่นภายในเดือนกันยายน แต่บทความนี้จะโฟกัสที่ภาษีประจำปีที่ต้องยื่นช่วงต้นปี


ถ้ายื่นช้ากว่ากำหนด จะเสียค่าปรับ 2,000 บาท และเงินเพิ่ม 1.5 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย ดังนั้นอย่าผัดวันประกันพรุ่ง เริ่มเตรียมตัวตั้งแต่เดือนมกราคม


ขั้นตอนที่ 1 รวบรวมเอกสารรายได้


สิ่งแรกที่ต้องทำคือรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวกับรายได้ทั้งหมดในปีที่ผ่านมา


เรื่องแรกคือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ 50 ทวิ นี่คือเอกสารที่สำคัญที่สุด ทุกครั้งที่ลูกค้าจ่ายเงินให้คุณและหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ จะต้องออก 50 ทวิ ให้ ถ้าคุณเก็บไว้ตลอดปีก็ดี ถ้ายังไม่มี ต้องติดต่อลูกค้าทุกรายเพื่อขอ บางลูกค้าอาจส่งให้ช่วงต้นปีอยู่แล้ว แต่บางรายต้องขอเอง


เรื่องที่สองคือสรุปรายได้จากทุกแหล่ง รวมรายได้จากลูกค้าทุกราย รายได้จาก platform ต่างๆ รายได้จากต่างประเทศ ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินปันผล หรือรายได้อื่นๆ ถ้ามี ใช้ statement ธนาคาร ประกอบกับ invoice ที่ออกไป เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ตกหล่น


เรื่องที่สามคือรายได้จากต่างประเทศ ถ้ารับงานจากลูกค้าต่างชาติ ต้องรวมรายได้เหล่านี้ด้วย ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ได้รับเงิน สำหรับรายละเอียดอ่านได้ที่ รับงานลูกค้าต่างชาติ วิธีรับเงินและจัดการภาษี


ขั้นตอนที่ 2 รวบรวมหลักฐานค่าใช้จ่าย


ถ้าคุณเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง ต้องมีหลักฐานครบทุกรายการ ค่าใช้จ่ายที่หักได้มีหลายประเภท


ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับงานโดยตรง เช่น ค่าซอฟต์แวร์และ subscription ค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ค่าจ้าง outsource ค่าเดินทางไปพบลูกค้า ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์


ค่าใช้จ่าย Home Office ถ้าทำงานที่บ้าน สามารถหักค่าใช้จ่ายส่วนที่ใช้ทำงานได้ เช่น ค่าไฟ ค่าเน็ต ค่าเช่า ตามสัดส่วนพื้นที่ที่ใช้ทำงาน รายละเอียดอ่านที่ ค่าใช้จ่าย Home Office หักภาษีได้ไหม


ค่าพัฒนาตัวเอง เช่น ค่าคอร์สเรียน ค่าหนังสือ ค่าสัมมนา ถ้าเกี่ยวข้องกับงานที่ทำ สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้


หลักฐานที่ต้องเก็บคือ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี หลักฐานการโอนเงิน สัญญาเช่า ใบแจ้งหนี้ค่าสาธารณูปโภค ถ้าไม่มีใบเสร็จ การโอนเงินผ่านธนาคารก็ใช้เป็นหลักฐานได้


ถ้าค่าใช้จ่ายจริงน้อยกว่าอัตราเหมา ก็เลือกหักเหมาดีกว่า ไม่ต้องเก็บหลักฐาน คำนวณทั้งสองวิธีแล้วเปรียบเทียบ


ขั้นตอนที่ 3 รวบรวมหลักฐานค่าลดหย่อน


ค่าลดหย่อนเป็นส่วนที่ช่วยลดภาษีได้มาก อย่าลืมรวบรวมหลักฐานทั้งหมด


ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ได้โดยอัตโนมัติทุกคน ไม่ต้องมีหลักฐาน


ประกันสังคม ถ้าอยู่มาตรา 39 จ่ายเดือนละ 432 บาท ปีละ 5,184 บาท ถ้ามาตรา 40 จ่ายตามทางเลือก ใช้ใบเสร็จจากสำนักงานประกันสังคม


เบี้ยประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท ใช้ใบรับรองจากบริษัทประกัน ที่มักส่งให้ช่วงต้นปี


เบี้ยประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท


SSF/RMF/Thai ESG ลดหย่อนได้ตามเงื่อนไข ใช้หลักฐานจาก บลจ. ที่ซื้อ


ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท ใช้หนังสือรับรองจากธนาคาร


เงินบริจาค ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่บริจาค บางกรณีลดได้ 2 เท่า ใช้ใบเสร็จจากองค์กร


ถ้าอยากรู้รายการค่าลดหย่อนทั้งหมด อ่านที่ วิธีประหยัดภาษีถูกกฎหมาย


ขั้นตอนที่ 4 จำแนกประเภทรายได้


รายได้ของฟรีแลนซ์อาจจัดอยู่ในหลายประเภทตามมาตรา 40 ของประมวลรัษฎากร แต่ละประเภทมีอัตราหักค่าใช้จ่ายเหมาต่างกัน


รายได้ 40(2) ค่าจ้างทำของ หักเหมาได้ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท เหมาะกับงานรับจ้างทั่วไป เช่น เขียนโปรแกรม แปลเอกสาร


รายได้ 40(3) ค่า goodwill ค่าลิขสิทธิ์ หักเหมาได้ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท เหมาะกับงานเขียนหนังสือ แต่งเพลง


รายได้ 40(6) วิชาชีพอิสระ เช่น บัญชี กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตย์ หักเหมาได้ 30-60 เปอร์เซ็นต์ตามอาชีพ


รายได้ 40(7) รับเหมา หักเหมาได้ 60 เปอร์เซ็นต์


รายได้ 40(8) รายได้อื่นๆ เช่น ค่านายหน้า ค่าที่ปรึกษา หักเหมาได้ 60 เปอร์เซ็นต์


การจำแนกให้ถูกต้องมีผลมากต่อภาษีที่ต้องจ่าย ถ้าไม่แน่ใจ ให้ปรึกษานักบัญชี


ขั้นตอนที่ 5 คำนวณภาษี


เมื่อมีตัวเลขครบทั้งรายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน ก็ถึงเวลาคำนวณภาษี


สูตรคำนวณคือ รายได้ทั้งปี ลบ ค่าใช้จ่าย ลบ ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 ลบ ค่าลดหย่อนอื่นๆ เท่ากับ เงินได้สุทธิ แล้วนำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า


อัตราภาษีก้าวหน้า 0-150,000 บาท ยกเว้นภาษี 150,001-300,000 บาท ภาษี 5 เปอร์เซ็นต์ 300,001-500,000 บาท ภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ 500,001-750,000 บาท ภาษี 15 เปอร์เซ็นต์ 750,001-1,000,000 บาท ภาษี 20 เปอร์เซ็นต์


ภาษีที่คำนวณได้ ลบ ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้วตาม 50 ทวิ ลบ ภาษีที่จ่ายไว้ตอนยื่น ภ.ง.ด.94 เท่ากับ ภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือ ภาษีที่ได้คืน


ถ้าตัวเลขเป็นบวก คุณต้องจ่ายเพิ่ม ถ้าเป็นลบ คุณมีสิทธิ์ขอคืนภาษี วิธีคำนวณละเอียดอ่านที่ วิธีคำนวณภาษีสำหรับฟรีแลนซ์


ขั้นตอนที่ 6 ยื่นภาษีผ่าน e-Filing


แนะนำให้ยื่นผ่าน e-Filing บนเว็บไซต์กรมสรรพากร rd.go.th เพราะได้ขยายเวลาเพิ่ม สะดวก ไม่ต้องเดินทาง และระบบช่วยคำนวณภาษีให้


ขั้นตอนยื่น e-Filing สมัครสมาชิก e-Filing ถ้ายังไม่มี เลือกแบบ ภ.ง.ด.90 กรอกข้อมูลรายได้แต่ละประเภท กรอกค่าใช้จ่าย เลือกเหมาหรือจริง กรอกค่าลดหย่อนทุกรายการ กรอกภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย จาก 50 ทวิ ตรวจสอบตัวเลขทั้งหมด ยืนยันการยื่น เก็บหมายเลขอ้างอิง


ขั้นตอนละเอียดอ่านที่ วิธียื่นภาษีออนไลน์ e-Filing


ขั้นตอนที่ 7 ชำระภาษีหรือขอคืน


ถ้าต้องจ่ายภาษีเพิ่ม สามารถจ่ายผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ โอนผ่าน e-Banking QR Code ที่เคาน์เตอร์ธนาคาร หรือบัตรเครดิต ถ้าภาษีที่ต้องจ่ายมากกว่า 3,000 บาท สามารถผ่อนจ่าย 3 งวดได้โดยไม่เสียเงินเพิ่ม


ถ้าได้คืนภาษี ระบบจะโอนเงินคืนเข้าบัญชีที่ระบุ ปกติใช้เวลา 1-3 เดือน ถ้ายื่นเร็วจะได้คืนเร็ว


ขั้นตอนที่ 8 เก็บสำเนาและวางแผนปีถัดไป


หลังยื่นเสร็จ เก็บสำเนาแบบยื่นภาษี เอกสาร 50 ทวิ ทั้งหมด และหลักฐานค่าใช้จ่ายไว้อย่างน้อย 5 ปี เผื่อกรมสรรพากรเรียกตรวจ


จากนั้นเริ่มวางแผนสำหรับปีถัดไปทันที กันเงินภาษีทุกเดือน เริ่มเก็บหลักฐานตั้งแต่วันนี้ วางแผนค่าลดหย่อนล่วงหน้า


เช็กลิสต์สรุป


เช็กลิสต์เตรียมเอกสาร รวบรวม 50 ทวิ ทุกใบ สรุปรายได้จากทุกแหล่ง รวบรวมใบเสร็จค่าใช้จ่ายธุรกิจ รวบรวมหลักฐานค่าลดหย่อน ได้แก่ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ SSF/RMF ประกันสังคม เงินบริจาค


เช็กลิสต์คำนวณ จำแนกรายได้ตามประเภท 40(2) 40(7) 40(8) เปรียบเทียบหักเหมา vs หักจริง คำนวณเงินได้สุทธิ คำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า หักภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายและ ภ.ง.ด.94


เช็กลิสต์ยื่นภาษี ยื่นผ่าน e-Filing ตรวจสอบตัวเลขก่อนยืนยัน ชำระภาษีหรือขอคืน เก็บสำเนายื่นภาษี เก็บเอกสารทั้งหมดไว้ 5 ปี


สรุป


การยื่นภาษีไม่ใช่เรื่องยากถ้าเตรียมตัวดี เริ่มรวบรวมเอกสารตั้งแต่มกราคม คำนวณให้ครบถ้วน ยื่นผ่าน e-Filing ก่อนกำหนด และเก็บหลักฐานไว้ครบ ทำตามเช็กลิสต์นี้ทุกปี คุณจะไม่ต้องเครียดกับเรื่องภาษีอีกต่อไป และมีโอกาสได้คืนภาษีแทนที่จะจ่ายเพิ่ม เพราะคุณจะไม่พลาดสิทธิ์ลดหย่อนใดๆ ทั้งสิ้น

เริ่มจัดการเงินอย่างมืออาชีพ

Finlance ช่วยฟรีแลนซ์ติดตามรายได้ ประมาณภาษี และจัดการกระแสเงินสด

เริ่มใช้ฟรี