วิธียื่นภาษีออนไลน์ e-Filing ทีละขั้นตอน สำหรับฟรีแลนซ์ 2569
·อ่าน 6 นาที

วิธียื่นภาษีออนไลน์ e-Filing ทีละขั้นตอน สำหรับฟรีแลนซ์ 2569

การยื่นภาษีออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับฟรีแลนซ์ในปัจจุบัน ไม่ต้องไปเข้าคิวที่สำนักงานสรรพากร ไม่ต้องกรอกแบบฟอร์มกระดาษ ทำจากที่บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง และได้รับสิทธิ์ขยายเวลายื่นเพิ่มอีก 8 วัน บทความนี้จะพาคุณผ่านทุกขั้นตอนของการยื่นภาษีออนไลน์ ตั้งแต่สมัครสมาชิกไปจนถึงชำระภาษีหรือขอคืนภาษี


ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าต้องยื่นภาษีแบบไหน หรือคำนวณภาษีอย่างไร แนะนำให้อ่าน วิธีคำนวณภาษีสำหรับฟรีแลนซ์ 2026 ก่อน จะช่วยให้เข้าใจภาพรวมก่อนลงมือยื่นจริง


e-Filing คืออะไร ข้อดีกว่ายื่นกระดาษ


e-Filing คือระบบยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ผ่านอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากร เปิดให้บริการที่เว็บไซต์ rd.go.th ผู้เสียภาษีสามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91 และแบบอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องไปที่สำนักงานสรรพากร


ข้อดีของ e-Filing เมื่อเทียบกับการยื่นแบบกระดาษมีหลายอย่าง ข้อดีแรกคือได้รับสิทธิ์ขยายเวลายื่นเพิ่ม 8 วัน ปกติกำหนดยื่น ภ.ง.ด.90 คือวันที่ 31 มีนาคม แต่ถ้ายื่นผ่าน e-Filing จะได้ถึงวันที่ 8 เมษายน


ข้อดีที่สองคือระบบคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ คุณแค่กรอกรายได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน ระบบจะคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายหรือได้คืนให้เอง ลดความผิดพลาดจากการคำนวณด้วยมือ


ข้อดีที่สามคือสะดวกรวดเร็ว ทำจากที่ไหนก็ได้ที่มีอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องรอคิว ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีก็เสร็จ


ข้อดีที่สี่คือมีประวัติการยื่นให้ย้อนดูได้ คุณสามารถเข้าไปดูแบบที่เคยยื่นในปีก่อนๆ ได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องเก็บสำเนาเอกสารกระดาษ


ข้อดีที่ห้าคือถ้าได้คืนภาษี จะได้รับเงินคืนเร็วกว่า เพราะระบบประมวลผลอัตโนมัติ ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่คีย์ข้อมูลจากกระดาษ


ขั้นตอนที่ 1 สมัครสมาชิก rd.go.th


ถ้าคุณยังไม่เคยใช้ระบบ e-Filing ต้องสมัครสมาชิกก่อน ไปที่เว็บไซต์ efiling.rd.go.th แล้วคลิก สมัครสมาชิก กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรประชาชน 13 หลัก ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ตามบัตรประชาชน


ตั้ง username และ password โดย username แนะนำให้ใช้เลขบัตรประชาชน เพราะจำง่าย password ต้องมีอย่างน้อย 8 ตัวอักษร ประกอบด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข และอักขระพิเศษ


หลังจากสมัครเสร็จ ระบบจะส่งอีเมลยืนยัน ให้คลิกลิงก์ในอีเมลเพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นก็สามารถ login เข้าใช้งานได้ทันที


สำหรับคนที่เคยสมัครแล้วแต่ลืม password ให้คลิก ลืมรหัสผ่าน แล้วกรอกเลขบัตรประชาชนและอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ ระบบจะส่งลิงก์ตั้งรหัสผ่านใหม่ไปที่อีเมล


ขั้นตอนที่ 2 เลือกแบบ ภ.ง.ด.90


หลังจาก login เข้าระบบแล้ว จะเห็นหน้าหลักที่มีเมนูต่างๆ ให้คลิก ยื่นแบบ แล้วเลือก ภ.ง.ด.90 ซึ่งเป็นแบบสำหรับผู้มีเงินได้หลายประเภท ฟรีแลนซ์ต้องใช้แบบ ภ.ง.ด.90 ไม่ใช่ ภ.ง.ด.91 เพราะ ภ.ง.ด.91 ใช้สำหรับผู้มีเงินได้จากเงินเดือนอย่างเดียว


ระบบจะให้เลือกปีภาษี ให้เลือกปีภาษี 2568 (สำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นในปี 2568 ที่ยื่นในปี 2569) จากนั้นระบบจะแสดงแบบฟอร์มให้กรอก


ถ้าเคยยื่นปีก่อน ระบบจะดึงข้อมูลบางส่วนมาให้อัตโนมัติ เช่น ชื่อ ที่อยู่ สถานะสมรส ตรวจสอบว่าข้อมูลถูกต้อง แก้ไขถ้าจำเป็น


ขั้นตอนที่ 3 กรอกรายได้แต่ละประเภท


นี่คือส่วนสำคัญที่สุด คุณต้องกรอกรายได้ทั้งหมดที่ได้รับในปีภาษี แยกตามประเภท


สำหรับฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ รายได้จะอยู่ในประเภท 40(2) เงินได้จากการรับจ้างทำของ หรือประเภท 40(8) เงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระหรือธุรกิจอื่น ต้องดูจากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ได้รับจากลูกค้าว่าระบุเป็นประเภทไหน


ในหน้ากรอกรายได้ ให้คลิก เพิ่มรายการ ใน เงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่กรณี กรอกชื่อผู้จ่ายเงิน เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้จ่ายเงิน จำนวนเงินได้ และจำนวนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย ข้อมูลทั้งหมดนี้ดูได้จากหนังสือ 50 ทวิ


ถ้ามีรายได้จากหลายแหล่ง ให้เพิ่มรายการทีละรายการ จนครบทุกแหล่งรายได้ ตรวจสอบตัวเลขให้ตรงกับ 50 ทวิ ทุกใบ อ่านรายละเอียดเรื่อง 50 ทวิ ได้ที่ คู่มือ 50 ทวิ สำหรับฟรีแลนซ์


ขั้นตอนที่ 4 กรอกภาษีหัก ณ ที่จ่าย


ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือภาษีที่ลูกค้าหักไว้ตอนจ่ายเงินให้คุณ ปกติหัก 3% ของค่าจ้าง เงินจำนวนนี้ถือว่าคุณจ่ายภาษีไปล่วงหน้าแล้ว เมื่อคำนวณภาษีสิ้นปี จะนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องจ่าย


ในระบบ e-Filing เมื่อคุณกรอกรายได้ในขั้นตอนที่ 3 ระบบจะให้กรอกจำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่ายด้วย กรอกตามจำนวนที่ปรากฏในหนังสือ 50 ทวิ แต่ละใบ


เมื่อกรอกครบทุกรายการแล้ว ระบบจะรวมภาษีหัก ณ ที่จ่ายทั้งหมดให้อัตโนมัติ ตัวเลขนี้จะถูกนำไปหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ในขั้นตอนสุดท้าย ถ้าภาษีที่ถูกหักไว้มากกว่าภาษีที่ต้องจ่าย คุณจะได้คืนภาษี


ข้อควรระวัง ต้องเก็บหนังสือ 50 ทวิ ตัวจริงไว้ทุกใบ เพราะสรรพากรอาจขอดูเป็นหลักฐาน ถ้าลูกค้ายังไม่ส่ง 50 ทวิ ให้ทวงขอก่อนถึงกำหนดยื่นภาษี


ขั้นตอนที่ 5 เลือกวิธีหักค่าใช้จ่าย


สำหรับฟรีแลนซ์ การเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายเป็นจุดสำคัญที่ส่งผลต่อภาษีมาก มี 2 วิธี


วิธีที่ 1 หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา สำหรับเงินได้ 40(2) หักได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับเงินได้ 40(8) หักได้ 60% ถ้าเป็นวิชาชีพอิสระบางประเภทหักได้ 30% วิธีนี้ง่าย ไม่ต้องเก็บหลักฐาน


วิธีที่ 2 หักค่าใช้จ่ายตามจริง ต้องมีหลักฐานค่าใช้จ่ายทุกรายการ เช่น ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี สัญญาเช่า วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีค่าใช้จ่ายจริงมากกว่าอัตราเหมา


ในระบบ e-Filing จะมีให้เลือกว่าจะหักแบบเหมาหรือตามจริง ให้เลือกวิธีที่คุณหักค่าใช้จ่ายได้มากกว่า จะได้เสียภาษีน้อยลง สำหรับฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ที่มีรายได้ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี หักเหมามักจะคุ้มกว่า แต่ถ้ารายได้สูงและมีค่าใช้จ่ายจริงเยอะ หักตามจริงอาจดีกว่า


ขั้นตอนที่ 6 กรอกค่าลดหย่อน


หลังจากกรอกรายได้และเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือกรอกค่าลดหย่อน ระบบ e-Filing จะแสดงรายการค่าลดหย่อนทั้งหมดให้เลือก


ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ทุกคนได้อัตโนมัติ ไม่ต้องกรอก ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท ถ้าคู่สมรสไม่มีรายได้ ค่าลดหย่อนบุตร คนละ 30,000 บาท (คนที่ 2 ขึ้นไปเกิดตั้งแต่ปี 2561 ได้ 60,000 บาท)


เบี้ยประกันชีวิต หักได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท เบี้ยประกันสุขภาพ หักได้ตามจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 25,000 บาท เบี้ยประกันสังคม หักได้ตามจ่ายจริง


กองทุน SSF หักได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และไม่เกิน 200,000 บาท กองทุน RMF หักได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และไม่เกิน 500,000 บาท กองทุน ThaiESG หักได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และไม่เกิน 300,000 บาท


เงินบริจาค บริจาคทั่วไปหักได้ตามจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น บริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา หรือโรงพยาบาลรัฐ หักได้ 2 เท่า


กรอกทุกรายการที่คุณมีสิทธิ์ อย่าลืมรายการไหน เพราะทุกบาทที่ลดหย่อนได้จะช่วยลดภาษี


ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสอบและยืนยัน


หลังจากกรอกข้อมูลครบทุกส่วนแล้ว ระบบจะแสดงสรุปทั้งหมด รายได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน เงินได้สุทธิ ภาษีที่คำนวณได้ ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย และภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มหรือได้คืน


ตรวจสอบตัวเลขทุกรายการอย่างละเอียด เปรียบเทียบกับข้อมูลที่คุณเตรียมไว้ ถ้าตรงกันก็คลิก ยืนยันการยื่นแบบ ระบบจะออกใบรับรองการยื่นแบบให้ บันทึกหรือพิมพ์เก็บไว้เป็นหลักฐาน


ถ้าพบว่าตัวเลขไม่ตรง สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ก่อนกดยืนยัน แต่ถ้ายืนยันไปแล้วพบข้อผิดพลาด ก็ยังแก้ไขได้โดยยื่นแบบเพิ่มเติม


ขั้นตอน e-Filing
ขั้นตอน e-Filing

ขั้นตอนที่ 8 ชำระภาษีหรือขอคืนภาษี


ถ้าผลการคำนวณออกมาว่าคุณต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ระบบจะแสดงช่องทางชำระเงิน มีหลายวิธี ชำระผ่าน QR code ด้วยแอปธนาคาร ชำระผ่านบัตรเครดิต ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร ชำระผ่าน ATM หรือชำระที่สำนักงานสรรพากร


สำหรับการชำระผ่าน QR code เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ระบบจะสร้าง QR code ให้ แล้วเปิดแอปธนาคารสแกนจ่ายได้เลย เงินจะเข้าระบบทันที


ถ้าภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มมากกว่า 3,000 บาท สามารถผ่อนชำระได้ 3 งวด งวดแรกจ่ายพร้อมยื่นแบบ งวดที่ 2 จ่ายภายในเดือนถัดไป งวดที่ 3 จ่ายภายใน 2 เดือนถัดไป โดยไม่เสียเงินเพิ่ม


ถ้าผลการคำนวณออกมาว่าคุณได้คืนภาษี ระบบจะให้กรอกเลขบัญชีธนาคารที่ต้องการรับเงินคืน กรมสรรพากรจะโอนเงินคืนเข้าบัญชีภายใน 3-6 เดือน ถ้ายื่นทาง e-Filing มักจะได้เร็วกว่ายื่นกระดาษ


กำหนดเวลาที่สำคัญ


กำหนดยื่น ภ.ง.ด.90 ประจำปี คือภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป แต่ถ้ายื่นผ่าน e-Filing จะได้ขยายเวลาถึงวันที่ 8 เมษายน


กำหนดยื่น ภ.ง.ด.94 ครึ่งปี คือภายในเดือนกันยายน สำหรับรายได้ครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน) ฟรีแลนซ์ที่มีรายได้ประเภท 40(5) ถึง 40(8) ต้องยื่นครึ่งปีด้วย


ถ้ายื่นไม่ทัน จะต้องเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย และค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ดังนั้นอย่ารอจนนาทีสุดท้าย


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการยื่น e-Filing


ข้อผิดพลาดที่ 1 กรอกประเภทเงินได้ผิด ฟรีแลนซ์หลายคนไม่แน่ใจว่ารายได้เป็น 40(2) หรือ 40(8) ให้ดูจาก 50 ทวิ ที่ลูกค้าออกให้ ถ้าไม่ตรงกัน ให้ใช้ตามที่ 50 ทวิ ระบุ


ข้อผิดพลาดที่ 2 ลืมกรอกรายได้บางแหล่ง ฟรีแลนซ์ที่มีลูกค้าหลายราย อาจลืมกรอกรายได้จากบางราย โดยเฉพาะลูกค้าที่จ่ายเงินสดโดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องกรอกรายได้ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย


ข้อผิดพลาดที่ 3 กรอกค่าลดหย่อนไม่ครบ หลายคนลืมกรอกค่าลดหย่อนบางรายการ เช่น เบี้ยประกันสุขภาพ หรือเงินบริจาค ทำให้เสียภาษีมากกว่าที่ควร


ข้อผิดพลาดที่ 4 ไม่เก็บหลักฐาน แม้จะยื่นออนไลน์ แต่ต้องเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้อย่างน้อย 5 ปี ทั้ง 50 ทวิ ใบเสร็จค่าลดหย่อน หนังสือรับรองจากกองทุน


ข้อผิดพลาดที่ 5 เลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายไม่เหมาะสม ไม่ได้เปรียบเทียบว่าหักเหมาหรือหักจริงแบบไหนคุ้มกว่า ให้คำนวณทั้งสองวิธีก่อนตัดสินใจ


เทคนิคยื่น e-Filing ให้ราบรื่น


เทคนิคที่ 1 เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนเริ่มกรอก รวม 50 ทวิ ทั้งหมดไว้ในที่เดียว เตรียมใบรับรองค่าลดหย่อนทุกรายการ คำนวณตัวเลขล่วงหน้า


เทคนิคที่ 2 ใช้ browser ที่ทันสมัย ระบบ e-Filing ทำงานได้ดีกับ Chrome หรือ Edge เวอร์ชันล่าสุด หลีกเลี่ยงการใช้ browser เก่า


เทคนิคที่ 3 อย่ายื่นวันสุดท้าย ระบบมักจะช้าหรือล่มในวันสุดท้ายเพราะมีคนเข้าใช้มาก ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์


เทคนิคที่ 4 บันทึกหน้าจอทุกขั้นตอน screenshot หน้าจอเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยเฉพาะหน้าสรุปและหน้ายืนยัน


เทคนิคที่ 5 ใช้แอป Finlance ช่วยเตรียมข้อมูล ระบบจะรวมรายรับ รายจ่าย และภาษีหัก ณ ที่จ่ายทั้งปีให้อัตโนมัติ แค่นำตัวเลขไปกรอกใน e-Filing ได้เลย


สรุป


การยื่นภาษีออนไลน์ผ่าน e-Filing ไม่ยาก ถ้าเตรียมตัวดี เตรียมเอกสารให้ครบ คำนวณตัวเลขล่วงหน้า แล้วกรอกตามขั้นตอน ระบบจะคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ สะดวก รวดเร็ว ได้ขยายเวลายื่นเพิ่ม และได้คืนภาษีเร็วกว่า ถ้าเป็นปีแรกที่ยื่น อาจใช้เวลาสักหน่อย แต่ปีต่อๆ ไปจะเร็วมาก เพราะระบบจะดึงข้อมูลปีก่อนมาให้ เริ่มสมัคร e-Filing วันนี้ แล้วยื่นภาษีอย่างมืออาชีพ

เริ่มจัดการเงินอย่างมืออาชีพ

Finlance ช่วยฟรีแลนซ์ติดตามรายได้ ประมาณภาษี และจัดการกระแสเงินสด

เริ่มใช้ฟรี