ประกันสุขภาพสำหรับฟรีแลนซ์ เลือกแบบไหนดี
·อ่าน 3 นาที

ประกันสุขภาพสำหรับฟรีแลนซ์ เลือกแบบไหนดี

ฟรีแลนซ์ไม่มีนายจ้างที่จะจัดหาประกันสุขภาพให้ ทุกอย่างต้องจัดการเอง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญมากแต่หลายคนมองข้าม ลองนึกดูว่าถ้าวันหนึ่งคุณเจ็บป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาล ไม่มีประกันสุขภาพ ค่ารักษาอาจหลายหมื่นถึงหลายแสนบาท และในช่วงที่พักรักษาตัว คุณก็ทำงานไม่ได้ ไม่มีรายได้ เท่ากับโดนซ้ำสอง บทความนี้จะพาคุณเปรียบเทียบตัวเลือกประกันสุขภาพทุกแบบ พร้อมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ได้


ทำไมฟรีแลนซ์ต้องมีประกันสุขภาพ


ไม่มีสวัสดิการจากนายจ้าง พนักงานประจำมีประกันกลุ่มจากบริษัท แต่ฟรีแลนซ์ไม่มี ต้องซื้อเอง


รายได้ไม่แน่นอน ถ้าป่วยจนทำงานไม่ได้ ไม่มีรายได้เข้า แถมต้องจ่ายค่ารักษาอีก ต้องมี เงินสำรองฉุกเฉิน ไว้ด้วย


ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นทุกปี ค่ารักษาเพิ่ม 8-10% ต่อปี ป่วยหนักครั้งเดียวอาจหมดเงินเก็บ


ลดหย่อนภาษีได้ เบี้ยประกันสุขภาพลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท ประกันชีวิตลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท เรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องสิทธิ์ลดหย่อนได้ที่ วิธีประหยัดภาษีถูกกฎหมาย


ตัวเลือกที่ 1 ประกันสังคม มาตรา 39 และ 40


เปรียบเทียบประกันสุขภาพ
เปรียบเทียบประกันสุขภาพ

มาตรา 39 (อดีตพนักงานประจำ) ถ้าเคยเป็นพนักงานประจำและเคยจ่ายประกันสังคมมาแล้ว สมัคร ม.39 ได้ภายใน 6 เดือนหลังออกจากงาน จ่ายเดือนละ 432 บาท ได้สิทธิ์รักษาพยาบาล ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ สงเคราะห์บุตร ว่างงาน


มาตรา 40 (ไม่เคยเป็นพนักงาน) มี 3 ทางเลือก ทางเลือกที่ 1 จ่าย 70 บาท/เดือน ได้เงินทดแทนเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ทางเลือกที่ 2 จ่าย 100 บาท/เดือน เพิ่มเงินชราภาพ ทางเลือกที่ 3 จ่าย 300 บาท/เดือน เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร


ข้อดี ถูกมาก ลดหย่อนภาษีได้ มีสิทธิ์ประโยชน์หลายอย่าง


ข้อเสีย ต้องใช้บริการโรงพยาบาลที่กำหนด รอคิวนาน วงเงินค่ารักษาจำกัด


แนะนำ สมัครประกันสังคมเป็น "ฐาน" แล้วเสริมด้วยประกันเอกชน


ตัวเลือกที่ 2 ประกันสุขภาพเอกชน


ประกันสุขภาพเอกชนมีหลายระดับ ตั้งแต่ราคาไม่กี่พันถึงหลายหมื่นบาทต่อปี


ประกันผู้ป่วยใน (IPD) คุ้มครองเฉพาะกรณีนอนโรงพยาบาล เบี้ยประมาณ 5,000-15,000 บาท/ปี


ประกันผู้ป่วยนอก (OPD) คุ้มครองการพบแพทย์แบบไม่ต้องนอน รพ. เบี้ยเพิ่มอีกประมาณ 3,000-10,000 บาท/ปี


ประกัน IPD+OPD ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก เบี้ยประมาณ 8,000-25,000 บาท/ปี


วิธีเลือกประกันสุขภาพ ดูวงเงินค่ารักษาต่อปี (แนะนำอย่างน้อย 300,000 บาท) ดูค่าห้อง ICU (แนะนำไม่จำกัดวัน) เลือกที่มีเครือข่ายโรงพยาบาลที่สะดวก ตรวจสอบเงื่อนไข waiting period และโรคที่ไม่คุ้มครอง


เบี้ยประกันลดหย่อนภาษีได้ เบี้ยประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท/ปี (รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท)


ตัวเลือกที่ 3 ประกันชีวิตควบคู่สุขภาพ


ถ้าต้องการทั้งคุ้มครองชีวิตและสุขภาพในกรมธรรม์เดียว


ข้อดี ลดหย่อนภาษีได้ 100,000 บาท (ส่วนประกันชีวิต) + 25,000 บาท (ส่วนสุขภาพ) คุ้มครองทั้งชีวิตและสุขภาพ บางแบบมีเงินคืน


ข้อเสีย เบี้ยแพง ผูกมัดระยะยาว (10 ปีขึ้นไป) ซับซ้อน เข้าใจยาก


แนะนำ เหมาะกับฟรีแลนซ์ที่มีรายได้มั่นคงและต้องการลดหย่อนภาษีเยอะ


แผนประกันสุขภาพที่แนะนำตามรายได้


รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือน ประกันสังคม ม.40 (100-300 บาท/เดือน) + ประกัน IPD ราคาประหยัด (5,000 บาท/ปี) รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 8,600 บาท/ปี


รายได้ 30,000-60,000 บาท/เดือน ประกันสังคม ม.39/40 + ประกัน IPD+OPD ระดับกลาง (15,000 บาท/ปี) รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000 บาท/ปี


รายได้มากกว่า 60,000 บาท/เดือน ประกันสังคม + ประกันสุขภาพเอกชนระดับสูง + ประกันชีวิต เพื่อลดหย่อนภาษีเต็มที่ รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000-100,000 บาท/ปี แต่ประหยัดภาษีได้ 15,000-25,000 บาท


สรุป


ฟรีแลนซ์ทุกคนต้องมีประกันสุขภาพ อย่างน้อยที่สุดคือประกันสังคม มาตรา 39 หรือ 40 และควรเสริมด้วยประกันเอกชนตามกำลังทรัพย์ อย่าลืมว่าเบี้ยประกันลดหย่อนภาษีได้ด้วย เป็นการซื้อทั้งความคุ้มครองและสิทธิ์ทางภาษี Finlance ช่วยให้คุณคำนวณค่าใช้จ่ายประกันและสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ได้

เริ่มจัดการเงินอย่างมืออาชีพ

Finlance ช่วยฟรีแลนซ์ติดตามรายได้ ประมาณภาษี และจัดการกระแสเงินสด

เริ่มใช้ฟรี