สร้าง Emergency Fund 6 เดือน คู่มือเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับฟรีแลนซ์
เงินสำรองฉุกเฉิน (Emergency Fund) คือเงินที่เก็บไว้สำหรับใช้ในยามที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วย อุปกรณ์ทำงานพัง ลูกค้ายกเลิกงานกะทันหัน หรือช่วงที่ไม่มีงานเข้า สำหรับพนักงานประจำ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้มีเงินสำรอง 3-6 เดือน แต่สำหรับฟรีแลนซ์ ควรมีอย่างน้อย 6-12 เดือน เพราะรายได้ไม่แน่นอน ไม่มีเงินเดือนประจำ และไม่มีสวัสดิการจากนายจ้าง
ทำไมฟรีแลนซ์ต้องมีเงินสำรองมากกว่าพนักงานประจำ
ฟรีแลนซ์เผชิญกับความเสี่ยงทางการเงินหลายอย่างที่พนักงานประจำไม่มี
รายได้ไม่สม่ำเสมอ เดือนที่มีงานเยอะอาจได้เงิน 80,000 บาท แต่เดือนถัดไปอาจเหลือแค่ 20,000 บาท ถ้าไม่มีเงินสำรอง เดือนที่รายได้ต่ำจะเครียดมาก
ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีวันลาป่วยได้เงิน ไม่มีประกันสุขภาพจากบริษัท ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทุกอย่างต้องจัดการเอง ถ้าไม่ได้เตรียมไว้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ประกันสุขภาพสำหรับฟรีแลนซ์
ลูกค้าจ่ายช้า บางครั้งลูกค้าจ่ายเงินช้ากว่ากำหนด 30-60 วัน ถ้าไม่มีเงินสำรองจะเดือดร้อน
อุปกรณ์ทำงานเสีย คอมพิวเตอร์เสียกะทันหัน ต้องซ่อมหรือซื้อใหม่ทันที ถ้าไม่มีเงินก็ทำงานไม่ได้
ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจ ช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้าอาจลดงบ ยกเลิกโปรเจกต์ หรือหายไปเลย
คำนวณเงินสำรองฉุกเฉินที่ต้องมี
ขั้นตอนที่ 1 คำนวณค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน รวมเฉพาะค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริงๆ ค่าเช่า/ผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค ค่าประกัน ค่างวดรถ (ถ้ามี)
ขั้นตอนที่ 2 คูณด้วยจำนวนเดือนที่ต้องการ สำหรับฟรีแลนซ์ แนะนำ 6 เดือนเป็นอย่างน้อย ถ้ามีภาระผ่อน หรือมีครอบครัวต้องดูแล ควรเก็บ 9-12 เดือน
ตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน 25,000 บาท เป้าหมาย 6 เดือน = 150,000 บาท เป้าหมาย 9 เดือน = 225,000 บาท เป้าหมาย 12 เดือน = 300,000 บาท
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรรวม ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น ค่าท่องเที่ยว ค่าช้อปปิ้ง ค่ากินข้าวนอกบ้านบ่อยๆ เพราะยามฉุกเฉินสามารถตัดรายจ่ายเหล่านี้ได้
เก็บเงินสำรองฉุกเฉินที่ไหนดี
เงินสำรองฉุกเฉินต้องอยู่ในที่ที่ถอนได้ทันทีเมื่อต้องการ ไม่ควรนำไปลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือถอนยาก
บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ดอกเบี้ย 1.5-2.5% ต่อปี ถอนได้ทันที ไม่มีความเสี่ยง เช่น ME by TMBThanachart (1.5%) KBank Goal Savings (1.7%)
กองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) ผลตอบแทน 1.5-2.5% ต่อปี ถอนได้ใน 1-2 วันทำการ ความเสี่ยงต่ำมาก ดีกว่าบัญชีออมทรัพย์ปกติ
ไม่ควรเก็บที่ บัญชีเงินฝากประจำ (ถอนก่อนกำหนดเสียดอกเบี้ย) หุ้น (ราคาผันผวน) คริปโต (ความเสี่ยงสูงมาก) กองทุน SSF/RMF (ถอนไม่ได้)
5 กลยุทธ์สร้าง Emergency Fund ให้เร็วขึ้น
กลยุทธ์ที่ 1 Auto-Transfer ทันทีที่ได้เงิน กฎ "จ่ายตัวเองก่อน" ทุกครั้งที่รับเงินจากลูกค้า โอน 20% เข้าบัญชี Emergency Fund ทันที ก่อนที่จะใช้จ่ายอย่างอื่น ตั้ง auto-transfer ทุกวันที่ 1 ของเดือน
กลยุทธ์ที่ 2 ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ตรวจสอบค่าใช้จ่ายทุกรายการ ตัด subscription ที่ไม่ได้ใช้ ลดค่ากินข้าวนอกบ้าน ทำอาหารเองเพิ่ม ใช้ขนส่งสาธารณะแทนขับรถ หาคูปองและโปรโมชั่น การจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบจะช่วยได้มาก อ่านเพิ่มเติมที่ 5 เทคนิคจัดการรายรับรายจ่าย
กลยุทธ์ที่ 3 หารายได้เสริม ช่วงสร้าง Emergency Fund รับงานเสริมนอกเหนือจากงานหลัก สอนออนไลน์ เขียนบทความ รับงานเล็กๆ น้อยๆ นำรายได้เสริม 100% เข้ากองทุนฉุกเฉิน
กลยุทธ์ที่ 4 ขายของที่ไม่ใช้ ของสะสม อุปกรณ์เก่า เสื้อผ้าที่ไม่ใส่ ขายใน marketplace ได้เงินก้อนมาเติม Emergency Fund
กลยุทธ์ที่ 5 เก็บเงินพิเศษทั้งหมด โบนัส ภาษีคืน เงินของขวัญ รายได้พิเศษที่ไม่คาดคิด นำเข้า Emergency Fund ทั้งหมดจนกว่าจะถึงเป้าหมาย
เมื่อไหร่ควรใช้เงินสำรองฉุกเฉิน
เงินสำรองฉุกเฉินมีไว้สำหรับ "ฉุกเฉินจริงๆ" เท่านั้น ไม่ใช่ไว้ช้อปปิ้งหรือท่องเที่ยว
ควรใช้ เจ็บป่วยหนัก ต้องเข้าโรงพยาบาล อุปกรณ์ทำงานเสีย ต้องซ่อม/ซื้อใหม่ทันที ลูกค้าหลักยกเลิกงานกะทันหัน ไม่มีรายได้เลย 2-3 เดือนติดต่อกัน เหตุฉุกเฉินในครอบครัว
ไม่ควรใช้ อยากซื้อของใหม่ ไปเที่ยว อัปเกรดอุปกรณ์ที่ยังใช้ได้ดี ลงทุนในสิ่งที่ยังไม่แน่ใจ
เติมเงินกลับหลังใช้
ถ้าจำเป็นต้องใช้เงินสำรองฉุกเฉิน สิ่งสำคัญคือต้องเติมกลับให้เร็วที่สุด ตั้งเป้าเติมกลับภายใน 3-6 เดือน โดยเพิ่มสัดส่วนการออมชั่วคราว เช่น จากปกติ 20% เป็น 30-40% จนกว่าจะกลับมาถึงเป้าหมาย
สรุป
เงินสำรองฉุกเฉินคือ "เกราะป้องกัน" ที่สำคัญที่สุดของฟรีแลนซ์ มีเงินสำรอง 6 เดือน คุณจะทำงานได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องรับงานทุกงานเพราะกลัวไม่มีเงิน สามารถเลือกงานที่ดีและต่อรองราคาได้ดีขึ้น เริ่มสร้างวันนี้เลย แม้จะเริ่มจากเดือนละ 5,000 บาทก็ยังดีกว่าไม่เริ่ม Finlance ช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายเงินสำรองและติดตามความคืบหน้าได้