เจาะลึกภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับฟรีแลนซ์ ทุกเรื่องที่ต้องรู้
·อ่าน 4 นาที

เจาะลึกภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับฟรีแลนซ์ ทุกเรื่องที่ต้องรู้

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นเรื่องที่ฟรีแลนซ์ทุกคนต้องเจอ แต่หลายคนยังเข้าใจผิดว่าเงินที่ถูกหักไปหายไปเลย ความจริงแล้วภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นแค่การจ่ายภาษีล่วงหน้า เงินที่ถูกหักสามารถนำไปหักจากภาษีที่ต้องจ่ายตอนยื่นภาษีประจำปี และถ้าถูกหักไปมากกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง ก็ขอคืนได้


บทความนี้จะอธิบายทุกเรื่องเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายอย่างละเอียด ตั้งแต่ใครเป็นคนหัก หักเท่าไหร่ ไปจนถึงวิธีขอคืนภาษี สำหรับพื้นฐานเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย อ่าน คู่มือภาษีหัก ณ ที่จ่ายฉบับสมบูรณ์


ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร


ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax หรือ WHT) คือระบบที่กฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเงินหักภาษีบางส่วนจากเงินที่จ่ายให้ผู้รับ แล้วนำส่งสรรพากรแทน เป็นวิธีที่รัฐใช้เก็บภาษีล่วงหน้า ไม่ต้องรอให้ผู้เสียภาษียื่นแบบตอนสิ้นปี


สำหรับฟรีแลนซ์ เมื่อคุณรับงานจากบริษัท (นิติบุคคล) บริษัทมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้างที่จ่ายให้คุณ ถ้าค่าจ้าง 10,000 บาท บริษัทจะจ่ายให้คุณ 9,700 บาท และนำ 300 บาทส่งสรรพากร พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้คุณ


ใครเป็นคนหัก และอัตราเท่าไหร่


ผู้หัก คือผู้จ่ายเงินที่เป็นนิติบุคคล (บริษัท ห้างหุ้นส่วน) ถ้าลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย


อัตราการหัก สำหรับฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ รายได้ 40(2) รับจ้างทำของ หัก 3% รายได้ 40(6) วิชาชีพอิสระ หัก 3% รายได้ 40(7)(8) รับเหมา หัก 3% ค่าเช่าทรัพย์สิน หัก 5% ค่าลิขสิทธิ์ หัก 3%


ไม่ต้องหักเมื่อ ลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดา ค่าจ้างแต่ละครั้งไม่เกิน 1,000 บาท (บางกรณี)


ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

เอกสาร 50 ทวิ สำคัญอย่างไร


หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) เป็นเอกสารที่บริษัทออกให้ฟรีแลนซ์เพื่อยืนยันว่าถูกหักภาษีไปเท่าไหร่ เอกสารนี้สำคัญมากเพราะเป็นหลักฐานเดียวที่ใช้ในการขอคืนภาษี


ข้อมูลใน 50 ทวิ ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้หัก ชื่อและเลขบัตรประชาชนของผู้ถูกหัก ประเภทรายได้ จำนวนเงินที่จ่าย จำนวนภาษีที่หัก วันเดือนปีที่จ่าย


ต้องเก็บ 50 ทวิ ทุกใบ เพราะต้องนำไปกรอกในแบบยื่นภาษี ภ.ง.ด.90 ถ้าไม่มี 50 ทวิ จะไม่สามารถเครดิตภาษีที่ถูกหักไปได้ สำหรับรายละเอียดเรื่อง 50 ทวิ อ่าน คู่มือ 50 ทวิ


วิธีคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายจริง vs ที่ถูกหักไป


สมมติคุณมีรายได้ทั้งปี 600,000 บาท (รายได้ 40(2)) ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% รวม 18,000 บาท


คำนวณภาษีที่ต้องจ่ายจริง รายได้ 600,000 หักค่าใช้จ่ายเหมา 100,000 (เพดาน 40(2)) หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 เงินได้สุทธิ 440,000 บาท


ภาษีตามขั้นบันได 0-150,000 = 0 บาท 150,001-300,000 = 7,500 บาท 300,001-440,000 = 14,000 บาท ภาษีรวม = 21,500 บาท


ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว 18,000 บาท ภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม = 21,500 - 18,000 = 3,500 บาท


ถ้าเปลี่ยนสมมติฐาน มีค่าลดหย่อนเพิ่มเติม (ประกันสังคม SSF RMF) อีก 100,000 บาท เงินได้สุทธิจะเหลือ 340,000 บาท ภาษี = 12,500 บาท ถูกหักไปแล้ว 18,000 บาท เท่ากับ ขอคืนภาษีได้ 5,500 บาท!


วิธีขอคืนภาษีที่ถูกหักเกิน


ถ้าภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายรวมทั้งปีมากกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง คุณมีสิทธิ์ขอคืน


ขั้นตอน ยื่นภาษี ภ.ง.ด.90 ผ่าน e-Filing (rd.go.th) กรอกรายได้ทั้งหมด ใส่ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายตาม 50 ทวิ ทุกใบ ระบบจะคำนวณว่าต้องจ่ายเพิ่มหรือได้คืน ถ้าได้คืน เลือกวิธีรับเงินคืน (โอนเข้าบัญชี PromptPay)


ระยะเวลา สรรพากรจะคืนภาษีภายใน 3-6 เดือนหลังยื่นแบบ ถ้ายื่นผ่าน e-Filing จะเร็วกว่ายื่นกระดาษ


สิ่งที่ต้องมี แบบ ภ.ง.ด.90 ที่กรอกครบถ้วน หนังสือรับรอง 50 ทวิ ทุกใบ หลักฐานค่าลดหย่อน (ใบเสร็จประกัน SSF RMF ฯลฯ)


สำหรับวิธียื่นภาษีออนไลน์ทีละขั้นตอน อ่าน คู่มือยื่น e-Filing


ปัญหาที่พบบ่อยเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย


ลูกค้าไม่ยอมออก 50 ทวิ ตามกฎหมาย ผู้หักมีหน้าที่ต้องออกให้ ถ้าลูกค้าไม่ยอมออก ให้ทวงถาม ถ้ายังไม่ได้ สามารถแจ้งสรรพากรได้ แต่ในทางปฏิบัติ ควรเจรจาก่อน


ลูกค้าไม่ยอมหัก บางลูกค้า (โดยเฉพาะ SME) ไม่ยอมหักภาษี ณ ที่จ่ายเพราะไม่อยากยุ่งยาก กรณีนี้คุณต้องจ่ายภาษีเองทั้งหมดตอนยื่นภาษีประจำปี ไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่คุณจะไม่มีภาษีล่วงหน้าที่ถูกหักไว้ ต้องเตรียมเงินจ่ายภาษีก้อนใหญ่ตอนสิ้นปี


50 ทวิ ข้อมูลผิด ตรวจสอบ 50 ทวิ ทุกใบว่าข้อมูลถูกต้อง ชื่อ เลขบัตร จำนวนเงิน ถ้าผิดให้แจ้งบริษัทแก้ไขทันที เพราะถ้าข้อมูลไม่ตรง สรรพากรอาจไม่ยอมรับ


ลูกค้าต่างชาติไม่หักภาษี ลูกค้าต่างประเทศไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไทย คุณต้องจ่ายภาษีเองทั้งหมดตอนยื่นภาษี ควรกันเงินไว้ 10-20% ของรายได้สำหรับจ่ายภาษี


เคล็ดลับจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายอย่างมืออาชีพ


เก็บ 50 ทวิ อย่างเป็นระบบ สร้างโฟลเดอร์แยกปี สแกนเก็บเป็นไฟล์ดิจิทัลด้วย เผื่อเอกสารตัวจริงหาย


ทำ spreadsheet ติดตาม จดทุกรายการที่ถูกหัก ลูกค้าไหน เมื่อไหร่ เท่าไหร่ จะได้ตรวจสอบตอนสิ้นปีง่ายขึ้น


เปรียบเทียบกับ 50 ทวิ สิ้นปีตรวจสอบว่ายอดที่คุณจดตรงกับ 50 ทวิ ที่ได้รับหรือไม่ ถ้าขาดใบไหน ทวงจากลูกค้าก่อนยื่นภาษี


กันเงินภาษีไว้ทุกเดือน สำหรับรายได้ที่ไม่ถูกหัก ณ ที่จ่าย (ลูกค้าบุคคลธรรมดา ลูกค้าต่างชาติ) กันเงิน 10-20% ไว้ในบัญชีภาษี


สรุป


ภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่หายไป แต่เป็นการจ่ายภาษีล่วงหน้า เก็บ 50 ทวิ ทุกใบ นำไปใช้ตอนยื่นภาษี ถ้าถูกหักเกินก็ขอคืนได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ และทำความเข้าใจว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริงเป็นเท่าไหร่ เพื่อวางแผนการเงินได้อย่างถูกต้อง

เริ่มจัดการเงินอย่างมืออาชีพ

Finlance ช่วยฟรีแลนซ์ติดตามรายได้ ประมาณภาษี และจัดการกระแสเงินสด

เริ่มใช้ฟรี