ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ฟรีแลนซ์ คู่มือฉบับสมบูรณ์
ถ้าคุณเป็นฟรีแลนซ์ในประเทศไทย คุณจะเจอคำว่า "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" แทบทุกครั้งที่รับเงินจากลูกค้า หลายคนเข้าใจผิดว่าเงินที่ถูกหักไปนั้นเสียไปเปล่าๆ แต่ความจริงแล้ว ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือการจ่ายภาษีล่วงหน้า ซึ่งสามารถนำมาเครดิตหรือขอคืนได้ตอนยื่นภาษีประจำปี บทความนี้จะอธิบายทุกเรื่องที่ฟรีแลนซ์ต้องรู้เกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายอย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการพื้นฐาน อัตราการหัก วิธีจัดการ ไปจนถึงการขอคืนภาษี พร้อมตัวอย่างจริงที่เข้าใจง่าย
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คือภาษีที่ผู้จ่ายเงิน (ลูกค้า) มีหน้าที่หักไว้จากเงินที่จ่ายให้คุณ แล้วนำส่งให้กรมสรรพากรแทนคุณ เปรียบเทียบง่ายๆ คือ แทนที่คุณจะไปจ่ายภาษีเองทั้งก้อนตอนสิ้นปี ลูกค้าจะช่วยหักทีละนิดทุกครั้งที่จ่ายเงิน แล้วส่งให้สรรพากรเลย
ตัวอย่างเช่น คุณรับงานออกแบบเว็บไซต์ราคา 50,000 บาท ลูกค้าจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% คือ 1,500 บาท แล้วจ่ายให้คุณ 48,500 บาท ส่วน 1,500 บาทที่หักไว้ ลูกค้าจะนำส่งให้สรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ใช่ภาษีเพิ่มเติม มันเป็นส่วนหนึ่งของภาษีเงินได้ประจำปีที่คุณต้องจ่ายอยู่แล้ว เพียงแต่ถูกหักจ่ายล่วงหน้าเท่านั้น ถ้าตลอดทั้งปีถูกหักไว้มากกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง คุณสามารถขอคืนส่วนที่เกินได้
ใครมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย
ผู้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายคือ ผู้จ่ายเงิน ไม่ใช่ผู้รับเงิน ในกรณีของฟรีแลนซ์ ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคล (บริษัท ห้างร้าน) มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายค่าบริการ ส่วนลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่ต้องหัก ดังนั้นถ้าคุณรับงานจากลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา คุณจะได้รับเงินเต็มจำนวน แต่ยังต้องนำรายได้ไปยื่นภาษีเองตอนสิ้นปี
ลูกค้านิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด มูลนิธิ สมาคม หน่วยงานรัฐ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้ง
ลูกค้าบุคคลธรรมดา เช่น คนทั่วไป ร้านค้าที่ไม่ได้จดทะเบียน ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับฟรีแลนซ์
อัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้ สำหรับฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ อัตราที่เจอบ่อยที่สุดคือ 3% ตามรายละเอียดดังนี้
เงินได้ประเภท 40(2) — ค่าจ้างทำของ หักในอัตรา 3% เช่น รับจ้างออกแบบกราฟิก รับจ้างเขียนบทความ รับจ้างแปลเอกสาร
เงินได้ประเภท 40(8) — ค่าบริการ หักในอัตรา 3% เช่น ค่าที่ปรึกษา ค่าบริการทำเว็บไซต์ ค่าจัดอีเวนต์
เงินได้ประเภท 40(6) — วิชาชีพอิสระ หักในอัตรา 3% สำหรับอาชีพที่กฎหมายกำหนด เช่น แพทย์ ทนายความ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี
ค่าเช่าทรัพย์สิน หักในอัตรา 5% กรณีให้เช่าอุปกรณ์หรือทรัพย์สิน
ค่าโฆษณา หักในอัตรา 2% สำหรับฟรีแลนซ์ที่รับงานด้านโฆษณา
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเป็นฟรีแลนซ์และยังไม่แน่ใจว่ารายได้ของคุณจัดอยู่ในประเภทไหน ลองอ่าน วิธีคำนวณภาษีสำหรับฟรีแลนซ์ ที่อธิบายเรื่องประเภทรายได้ไว้อย่างละเอียด
กระบวนการทำงานของภาษีหัก ณ ที่จ่าย
มาดูกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ
ขั้นตอนที่ 1 — ส่งงานและวางบิล คุณทำงานเสร็จ ส่งงานให้ลูกค้า พร้อมออกใบแจ้งหนี้ (Invoice) ระบุจำนวนเงินค่าบริการ ถ้าต้องการเรียนรู้วิธีออกใบแจ้งหนี้ที่ถูกต้อง อ่านได้ที่ ใบแจ้งหนี้ที่ดีควรมีอะไรบ้าง
ขั้นตอนที่ 2 — ลูกค้าหักภาษี ลูกค้าจ่ายเงินให้คุณหลังหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว เช่น ค่าบริการ 100,000 บาท หัก 3% = 3,000 บาท คุณได้รับ 97,000 บาท
ขั้นตอนที่ 3 — ลูกค้าออกหนังสือ 50 ทวิ ลูกค้าต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้คุณ 2 ฉบับ เก็บไว้ 1 ฉบับ ส่งให้สรรพากร 1 ฉบับ
ขั้นตอนที่ 4 — ลูกค้านำส่งสรรพากร ลูกค้าต้องนำส่งเงินภาษีที่หักไว้ให้สรรพากร ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน โดยใช้แบบ ภ.ง.ด.3 (กรณีหักจากบุคคลธรรมดา)
ขั้นตอนที่ 5 — ยื่นภาษีประจำปี เมื่อถึงช่วงยื่นภาษี คุณรวบรวม 50 ทวิ ทุกฉบับ แล้วนำยอดภาษีที่ถูกหักทั้งปี มาเครดิตหักจากภาษีที่คุณต้องจ่าย ถ้าหักไว้มากกว่าภาษีจริง ก็ขอคืนได้
หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) คืออะไร
หนังสือ 50 ทวิ เป็นเอกสารที่สำคัญมากสำหรับฟรีแลนซ์ เพราะเป็นหลักฐานว่าคุณถูกหักภาษีไว้แล้วเท่าไหร่ ต้องเก็บไว้ให้ครบทุกฉบับเพื่อนำไปใช้ตอนยื่นภาษี
ข้อมูลที่ต้องมีใน 50 ทวิ ได้แก่ ชื่อและที่อยู่ผู้จ่ายเงิน ชื่อและที่อยู่ผู้รับเงิน เลขประจำตัวผู้เสียภาษีทั้งสองฝ่าย ประเภทเงินได้ จำนวนเงินที่จ่าย จำนวนภาษีที่หัก วันเดือนปีที่จ่าย
วิธีอ่าน 50 ทวิ ดูที่ช่อง "ประเภทเงินได้พึงประเมิน" จะบอกว่ารายได้ของคุณจัดอยู่ในมาตราไหน ดูที่ช่อง "จำนวนเงินที่จ่าย" คือยอดเต็มก่อนหัก และ "จำนวนเงินภาษีที่หักไว้" คือเงินที่ถูกหักไป
ต้องเก็บกี่ปี ตามกฎหมายต้องเก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี เผื่อสรรพากรตรวจสอบ แนะนำให้สแกนเก็บไว้ในคลาวด์ด้วย เผื่อต้นฉบับหาย
กรณีที่ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
ไม่ใช่ทุกการจ่ายเงินที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย มีบางกรณีที่ไม่ต้องหัก
ลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดา บุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ดังนั้นถ้ารับงานจากลูกค้ารายย่อย คุณจะได้รับเงินเต็มจำนวน
จ่ายค่าสินค้า (ไม่ใช่ค่าบริการ) การซื้อขายสินค้าทั่วไปไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย แต่ถ้ามีส่วนของการบริการรวมอยู่ด้วย อาจต้องแยกหัก
จ่ายค่าบริการไม่ถึง 1,000 บาท สำหรับรายได้ประเภท 40(8) ถ้าจำนวนเงินไม่ถึง 1,000 บาท ไม่ต้องหัก (แต่ค่าจ้างทำของ 40(2) ต้องหักทุกจำนวน)
วิธีจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายอย่างมืออาชีพ
เก็บ 50 ทวิ ทุกฉบับ นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด ทุกครั้งที่ได้รับเงินและถูกหักภาษี ต้องขอ 50 ทวิ จากลูกค้า ถ้าลูกค้าไม่ให้ ต้องทวงถาม เพราะไม่มี 50 ทวิ คุณจะเครดิตภาษีไม่ได้
บันทึกทุกรายการ จดบันทึกทุกครั้งที่ถูกหักภาษี รวมยอดไว้เพื่อรู้ว่าทั้งปีถูกหักไปเท่าไหร่ Finlance ช่วยบันทึกและสรุปให้อัตโนมัติ
วางแผนกระแสเงินสด ต้องจำไว้ว่าเงินที่ได้รับจริงจะน้อยกว่าราคาที่ตั้งไว้ 3% ถ้ารายได้เดือนละ 50,000 บาท จะถูกหักไป 1,500 บาท/เดือน หรือ 18,000 บาท/ปี ต้องคำนวณเรื่องนี้ไว้ในการ จัดการรายรับรายจ่าย
ตรวจสอบความถูกต้อง ทุกครั้งที่ได้รับ 50 ทวิ ตรวจสอบว่าจำนวนเงินและเปอร์เซ็นต์ที่หักถูกต้องหรือไม่ ถ้าพบข้อผิดพลาดให้แจ้งลูกค้าแก้ไขทันที
การขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย
นี่คือส่วนที่ฟรีแลนซ์หลายคนไม่รู้ ถ้าตลอดทั้งปีคุณถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายรวมแล้วมากกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง คุณมีสิทธิ์ขอคืนส่วนที่เกินได้
ตัวอย่างการคำนวณ สมมติรายได้ทั้งปี 600,000 บาท ถูกหัก ณ ที่จ่ายรวม 18,000 บาท (3%) แต่หลังจากคำนวณภาษีจริงแล้ว (หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% + ค่าลดหย่อนต่างๆ) ภาษีที่ต้องจ่ายจริงอาจเหลือแค่ 5,000 บาท คุณจึงขอคืนได้ 13,000 บาท (18,000 - 5,000)
วิธีขอคืน กรอกในแบบ ภ.ง.ด.90 ในส่วน "ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย" ระบบจะคำนวณให้ว่าคุณต้องจ่ายเพิ่มหรือได้คืน ถ้าได้คืนก็เลือกวิธีรับเงินคืน ผ่านเช็คหรือโอนเข้าบัญชี ถ้ายื่นผ่าน e-Filing โอนเข้าบัญชี PromptPay ได้สะดวกที่สุด
ระยะเวลาคืนเงิน ปกติใช้เวลา 1-3 เดือนหลังยื่นภาษี ถ้ายื่นผ่าน e-Filing จะเร็วกว่ายื่นกระดาษ บางคนได้คืนภายใน 2-4 สัปดาห์
เคล็ดลับสำคัญเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย
อย่ารวมภาษีหัก ณ ที่จ่ายในราคา เมื่อตั้งราคาค่าบริการ ให้ตั้งราคาที่ยังไม่รวมภาษีหัก ณ ที่จ่าย แล้วให้ลูกค้าหักจากราคานั้น ไม่ใช่ตั้งราคารวมภาษีแล้ว ไม่งั้นคุณจะได้เงินน้อยกว่าที่ควร
ออกใบแจ้งหนี้ให้ชัดเจน ในใบแจ้งหนี้ควรระบุ "ก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย" และแยกบรรทัดภาษีหัก ณ ที่จ่าย กับยอดสุทธิที่ต้องชำระ ลูกค้าจะได้เข้าใจตรงกัน
ทวง 50 ทวิ ทุกครั้ง ลูกค้าบางรายอาจลืมออกให้ โดยเฉพาะลูกค้ารายเล็ก ต้องทวงถามทุกครั้ง ไม่งั้นจะเสียสิทธิ์เครดิตภาษี
เก็บสำเนาทุกอย่าง สแกน 50 ทวิ เก็บไว้ในคลาวด์ ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย เผื่อต้นฉบับหายหรือชำรุด
ปรึกษานักบัญชีถ้าไม่แน่ใจ ถ้ามีรายได้หลายประเภทหรือลูกค้าหลายราย เรื่องภาษีอาจซับซ้อน ปรึกษานักบัญชีเพื่อให้มั่นใจว่าจัดการถูกต้อง ค่าปรึกษานักบัญชีไม่แพง แต่ช่วยป้องกันปัญหาภาษีที่อาจแพงกว่ามาก
กรณีลูกค้าหักภาษีมากกว่าที่ควร
บางครั้งลูกค้าอาจหักภาษีในอัตราที่สูงกว่าที่ควร เช่น หัก 5% แทนที่จะหัก 3% กรณีนี้คุณยังคงนำยอดที่ถูกหักไปเครดิตได้ทั้งหมดตอนยื่นภาษี แต่ก็ควรแจ้งให้ลูกค้าแก้ไขอัตราหักให้ถูกต้อง เพราะจะกระทบกระแสเงินสดของคุณ
ในทางกลับกัน ถ้าลูกค้าไม่หักภาษีเลย (ซึ่งอาจผิดกฎหมาย) คุณก็ยังต้องนำรายได้นั้นไปยื่นภาษีเอง เพียงแต่ไม่มียอดเครดิตจากการหักภาษี ณ ที่จ่ายมาหัก
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายกับ VAT
ถ้าคุณจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จะต้องออกใบกำกับภาษีด้วย ในกรณีนี้ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะคำนวณจากยอดก่อน VAT
ตัวอย่าง ค่าบริการ 50,000 บาท + VAT 7% = 3,500 บาท รวม 53,500 บาท ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% คำนวณจาก 50,000 = 1,500 บาท ลูกค้าจ่ายคุณ 53,500 - 1,500 = 52,000 บาท
สำหรับฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ที่รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท/ปี ยังไม่ต้องจด VAT จึงยังไม่ต้องกังวลเรื่องนี้
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าลูกค้าไม่ยอมออก 50 ทวิ ทำยังไง ตามกฎหมาย ลูกค้าที่หักภาษีแล้วต้องออก 50 ทวิ ให้ ถ้าไม่ออกให้ คุณสามารถร้องเรียนที่สรรพากรเขตของลูกค้าได้ แต่ในทางปฏิบัติ ควรทวงถามอย่างสุภาพก่อน
ถ้า 50 ทวิ หาย ขอใหม่ได้ไหม ได้ ติดต่อลูกค้าขอสำเนาได้ ลูกค้าจะมีสำเนาเก็บไว้ตามกฎหมาย
ต้องยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายแยกหรือเปล่า ไม่ต้อง ลูกค้าเป็นคนยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ให้สรรพากร ส่วนคุณแค่เก็บ 50 ทวิ แล้วนำยอดไปกรอกในแบบ ภ.ง.ด.90 ตอนยื่นภาษีประจำปี สำหรับวิธียื่น ภ.ง.ด.90 อ่านได้ที่ วิธียื่นภาษี ภ.ง.ด.90 สำหรับฟรีแลนซ์
ฟรีแลนซ์ต่างชาติโดนหักเท่าไหร่ ฟรีแลนซ์ที่ไม่ได้มีถิ่นที่อยู่ในไทย อาจถูกหักในอัตราสูงกว่า (15% สำหรับค่าบริการ) ต้องตรวจสอบอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศ
สรุป
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นเรื่องที่ฟรีแลนซ์ทุกคนต้องเข้าใจ จำไว้ว่าเงินที่ถูกหักไม่ได้หายไปไหน มันเป็นการจ่ายภาษีล่วงหน้าที่สามารถนำมาเครดิตหรือขอคืนได้ สิ่งสำคัญคือต้องเก็บ 50 ทวิ ทุกฉบับ บันทึกรายการหักภาษีอย่างเป็นระบบ และยื่นภาษีถูกต้องครบถ้วน Finlance ช่วยให้คุณบันทึกรายได้และภาษีที่ถูกหักไว้ทุกรายการ พร้อมสรุปให้อัตโนมัติตอนยื่นภาษี ลองเริ่มใช้ฟรีวันนี้