ประกันสังคมฟรีแลนซ์ มาตรา 39 vs 40 เลือกแบบไหนคุ้มกว่า?
·อ่าน 4 นาที

ประกันสังคมฟรีแลนซ์ มาตรา 39 vs 40 เลือกแบบไหนคุ้มกว่า?

ฟรีแลนซ์หลายคนคิดว่าเมื่อไม่มีนายจ้างแล้ว ก็หมดสิทธิ์ประกันสังคมไปด้วย แต่ความจริงแล้วคุณยังสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนได้ด้วยตัวเอง ผ่านมาตรา 39 หรือมาตรา 40 ซึ่งทั้งสองทางเลือกมีข้อดีข้อเสียต่างกัน บทความนี้จะเปรียบเทียบให้ชัดเจนเพื่อให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้อง


ทำไมฟรีแลนซ์ควรมีประกันสังคม


แม้ว่าฟรีแลนซ์จะไม่มีนายจ้างจ่ายสมทบให้ แต่ประกันสังคมยังเป็นระบบสวัสดิการพื้นฐานที่คุ้มค่ามาก ด้วยเงินสมทบเพียงเดือนละไม่กี่ร้อยบาท คุณจะได้รับความคุ้มครองหลายด้าน ตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาล เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ ไปจนถึงเงินบำนาญชราภาพ


สำหรับฟรีแลนซ์ที่ไม่มีสวัสดิการบริษัท ประกันสังคมถือเป็น safety net ที่จำเป็น โดยเฉพาะเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่สามารถใช้ได้ไม่จำกัดวงเงินในโรงพยาบาลที่เลือกไว้ ถ้าคุณยังไม่มีประกันสุขภาพเอกชน การสมัครประกันสังคมเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ประกันสุขภาพสำหรับฟรีแลนซ์ เพื่อเปรียบเทียบทางเลือกทั้งหมด


มาตรา 39 คืออะไร


มาตรา 39 เป็นทางเลือกสำหรับคนที่เคยเป็นพนักงานประจำ (ผู้ประกันตน มาตรา 33) มาก่อน และต้องการรักษาสิทธิ์ประกันสังคมต่อหลังจากลาออก โดยมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้


เงื่อนไขการสมัคร มาตรา 39 คือ ต้องเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน และต้องสมัครภายใน 6 เดือนหลังจากสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน ถ้าเลยกำหนด 6 เดือนไปแล้ว จะไม่สามารถสมัครมาตรา 39 ได้ ต้องไปสมัครมาตรา 40 แทน


เงินสมทบมาตรา 39 อยู่ที่ 432 บาทต่อเดือน โดยคำนวณจากฐานเงินเดือน 4,800 บาท คูณด้วยอัตราสมทบ 9 เปอร์เซ็นต์ เงินจำนวนนี้คุณจ่ายเองทั้งหมด ไม่มีนายจ้างช่วยจ่ายเหมือนตอนเป็นพนักงาน


สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากมาตรา 39 ครอบคลุม 6 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ ซึ่งถือว่าครอบคลุมมากกว่ามาตรา 40


ข้อดีที่สำคัญที่สุดของมาตรา 39 คือสิทธิ์บำนาญชราภาพ ถ้าคุณจ่ายสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) คุณจะได้รับเงินบำนาญเดือนละประมาณ 3,000-5,000 บาทไปตลอดชีวิตหลังอายุ 55 ปี


มาตรา 40 คืออะไร


มาตรา 40 เป็นทางเลือกสำหรับทุกคนที่ประกอบอาชีพอิสระ ไม่จำเป็นต้องเคยเป็นพนักงานประจำมาก่อน สมัครได้เลยที่สำนักงานประกันสังคม หรือผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect


มาตรา 40 มี 3 ทางเลือก แต่ละทางเลือกมีเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ต่างกัน


ทางเลือกที่ 1 จ่ายเดือนละ 70 บาท ได้สิทธิ์ 3 กรณี คือ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต ทางเลือกนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มครองพื้นฐานด้วยเงินน้อยที่สุด


ทางเลือกที่ 2 จ่ายเดือนละ 100 บาท ได้สิทธิ์ 4 กรณี คือ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และชราภาพ ทางเลือกนี้เพิ่มเงินออมชราภาพมาด้วย โดยจะได้รับเงินก้อนคืนเมื่ออายุ 60 ปี


ทางเลือกที่ 3 จ่ายเดือนละ 300 บาท ได้สิทธิ์ 5 กรณี คือ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และสงเคราะห์บุตร ทางเลือกนี้ครอบคลุมมากที่สุดใน มาตรา 40 และรัฐบาลยังสมทบเพิ่มให้อีก 150 บาทต่อเดือน


เปรียบเทียบมาตรา 39 vs 40
เปรียบเทียบมาตรา 39 vs 40

เปรียบเทียบ มาตรา 39 vs 40 แบบตัวต่อตัว


เรื่องค่าใช้จ่าย มาตรา 39 จ่าย 432 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 5,184 บาทต่อปี ส่วนมาตรา 40 ทางเลือก 3 จ่ายแค่ 300 บาทต่อเดือน หรือ 3,600 บาทต่อปี ถูกกว่า 30 เปอร์เซ็นต์


เรื่องค่ารักษาพยาบาล มาตรา 39 ใช้สิทธิ์รักษาฟรีที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ได้ไม่จำกัด ส่วนมาตรา 40 ได้รับเงินทดแทนเมื่อนอนโรงพยาบาล วันละ 300 บาท แต่ไม่ได้ค่ารักษาฟรี ดังนั้นถ้าเรื่องค่ารักษาพยาบาลเป็นสิ่งสำคัญ มาตรา 39 คุ้มกว่ามาก


เรื่องเงินชราภาพ มาตรา 39 มีระบบบำนาญ ได้เงินรายเดือนหลังอายุ 55 ส่วนมาตรา 40 ทางเลือก 2 และ 3 ได้เงินก้อนคืนตอนอายุ 60 ซึ่งจำนวนเงินจะน้อยกว่ามาตรา 39 มาก


เรื่องสิทธิ์คลอดบุตร มาตรา 39 ได้รับเงินค่าคลอดบุตร 15,000 บาทต่อครั้ง และเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 800 บาทต่อคน ส่วนมาตรา 40 ทางเลือก 3 ได้สงเคราะห์บุตรเดือนละ 200 บาทต่อคน


ใครควรเลือกมาตรา 39


คุณควรเลือกมาตรา 39 ถ้าเคยเป็นพนักงานประจำมาก่อนและลาออกไม่เกิน 6 เดือน ถ้าต้องการสิทธิ์ค่ารักษาพยาบาลฟรีที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ ถ้าต้องการเงินบำนาญชราภาพรายเดือน ถ้ามีแผนจะมีบุตรและต้องการเงินค่าคลอดบุตร หรือถ้ายอมจ่ายเพิ่มเดือนละ 132 บาทเพื่อสิทธิ์ที่ครอบคลุมกว่า


ใครควรเลือกมาตรา 40


คุณควรเลือกมาตรา 40 ถ้าไม่เคยเป็นพนักงานประจำมาก่อน หรือลาออกเกิน 6 เดือนแล้ว ถ้ามีประกันสุขภาพเอกชนอยู่แล้วและไม่ต้องการสิทธิ์ค่ารักษา ถ้าต้องการจ่ายเงินสมทบน้อยที่สุด หรือถ้าเพิ่งเริ่มเป็นฟรีแลนซ์และยังมีรายได้ไม่มาก


วิธีสมัครมาตรา 39


ขั้นตอนที่ 1 เตรียมเอกสาร ได้แก่ บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และแบบคำขอสมัคร สปส.1-20


ขั้นตอนที่ 2 ยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่ทำงานอยู่ ภายใน 6 เดือนหลังสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33


ขั้นตอนที่ 3 เลือกวิธีจ่ายเงินสมทบ สามารถจ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven ธนาคาร หรือหักบัญชีอัตโนมัติ


ข้อควรระวัง ถ้าขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน จะถูกตัดสิทธิ์มาตรา 39 ทันที และไม่สามารถสมัครใหม่ได้ ต้องไปสมัครมาตรา 40 แทน


วิธีสมัครมาตรา 40


ขั้นตอนที่ 1 สมัครได้ที่สำนักงานประกันสังคม เซเว่นอีเลฟเว่น Big C Tesco หรือผ่านแอป SSO Connect


ขั้นตอนที่ 2 เลือกทางเลือกที่ต้องการ (ทางเลือก 1, 2 หรือ 3) แนะนำทางเลือก 3 เพราะคุ้มค่าที่สุด


ขั้นตอนที่ 3 เริ่มจ่ายเงินสมทบทุกเดือน สามารถจ่ายผ่านช่องทางเดียวกับมาตรา 39


เปลี่ยนทางเลือกได้ ถ้าเริ่มจากทางเลือก 1 แล้วอยากเปลี่ยนเป็นทางเลือก 3 สามารถแจ้งเปลี่ยนได้ที่สำนักงานประกันสังคม


ลดหย่อนภาษีได้ด้วย


เงินสมทบประกันสังคมทั้งมาตรา 39 และมาตรา 40 สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สำหรับมาตรา 39 ลดหย่อนได้สูงสุด 5,184 บาทต่อปี มาตรา 40 ทางเลือก 3 ลดหย่อนได้ 3,600 บาทต่อปี


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีประหยัดภาษีถูกกฎหมายสำหรับฟรีแลนซ์ เพื่อดูค่าลดหย่อนอื่นๆ ที่ใช้ได้


คำถามที่พบบ่อย


ถาม สมัครทั้งมาตรา 39 และ 40 ได้ไหม ตอบ ไม่ได้ เลือกได้แค่อย่างเดียว


ถาม ถ้ากลับไปเป็นพนักงานประจำต้องทำอย่างไร ตอบ นายจ้างใหม่จะสมัครมาตรา 33 ให้ สิทธิ์มาตรา 39 หรือ 40 จะสิ้นสุดอัตโนมัติ


ถาม ประกันสังคมกับประกันสุขภาพเอกชน เลือกอะไรดี ตอบ ไม่ต้องเลือก ใช้ทั้งสองอย่างได้ ประกันสังคมเป็นพื้นฐาน ประกันเอกชนเป็นตัวเสริม


สรุป


ถ้าเคยเป็นพนักงานประจำและลาออกไม่เกิน 6 เดือน เลือกมาตรา 39 จะคุ้มกว่าเพราะสิทธิ์ครอบคลุมมากกว่า โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลฟรีและบำนาญชราภาพ แต่ถ้าไม่เคยเป็นพนักงาน หรือเลย 6 เดือนไปแล้ว มาตรา 40 ทางเลือก 3 เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ด้วยเงินสมทบเพียง 300 บาทต่อเดือน ไม่ว่าจะเลือกทางไหน การมีประกันสังคมดีกว่าไม่มีเสมอ ใช้ Finlance ช่วยติดตามค่าใช้จ่ายประกันสังคมและวางแผนการเงินทั้งหมดในที่เดียว

เริ่มจัดการเงินอย่างมืออาชีพ

Finlance ช่วยฟรีแลนซ์ติดตามรายได้ ประมาณภาษี และจัดการกระแสเงินสด

เริ่มใช้ฟรี