เจาะลึกประกันภัยทุกประเภทที่ฟรีแลนซ์ควรมี
ข้อเสียเปรียบที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของการเป็นฟรีแลนซ์คือการไม่มีสวัสดิการจากนายจ้าง ไม่มีประกันสุขภาพกลุ่ม ไม่มีประกันชีวิตจากที่ทำงาน ทุกอย่างต้องจัดการเอง แต่นั่นก็หมายความว่าคุณมีอิสระในการเลือกความคุ้มครองที่ตรงกับความต้องการจริงๆ
สำหรับข้อมูลประกันสุขภาพโดยละเอียด อ่าน คู่มือประกันสุขภาพฟรีแลนซ์ และ ประกันสุขภาพ vs ประกันสังคม
ทำไมฟรีแลนซ์ต้องการประกันมากกว่าพนักงาน
พนักงานมีสวัสดิการประกันสุขภาพกลุ่ม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม และประกันชีวิตบางส่วน ฟรีแลนซ์ต้องซื้อทดแทนทั้งหมดเอง นอกจากนี้ฟรีแลนซ์ยังมีความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น ถ้าป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุไม่มีรายได้ทดแทน และถ้างานผิดพลาดอาจถูกลูกค้าฟ้องร้อง
ประกันสุขภาพ: ความคุ้มครองที่จำเป็นที่สุด
ประกันสุขภาพแบ่งหลักๆ สองประเภท คือ IPD (Inpatient Department) คุ้มครองกรณีนอนโรงพยาบาล และ OPD (Outpatient Department) คุ้มครองการไปพบแพทย์โดยไม่นอน
IPD เท่านั้น ราคาถูกกว่า เหมาะถ้ามีประกันสังคมและต้องการเพิ่มวงเงินเท่านั้น ค่าเบี้ยประมาณ 8,000-20,000 บาท/ปี
IPD + OPD ครอบคลุมมากขึ้น เหมาะถ้าไม่มีประกันสังคมเลย ค่าเบี้ยประมาณ 15,000-50,000 บาท/ปี ขึ้นอยู่กับวงเงิน
ข้อควรระวัง: โรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน (Pre-existing Condition) มักไม่คุ้มครอง ยิ่งทำประกันเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะไม่มีเงื่อนไขสุขภาพที่เป็นปัญหา
ประกันอุบัติเหตุ (Personal Accident)
ประกันอุบัติเหตุเป็นประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับฟรีแลนซ์ เบี้ยถูกมาก แต่คุ้มครองกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
คุ้มครองหลัก เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ (วงเงิน 500,000-5,000,000 บาท) ทุพพลภาพถาวร ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ (ต่างจากประกันสุขภาพที่คุ้มครองทั้งเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ)
ค่าเบี้ยประมาณ 1,500-5,000 บาท/ปี สำหรับวงเงิน 1-3 ล้านบาท แนะนำให้ฟรีแลนซ์ทุกคนมี
ประกันชีวิต: คุ้มครองครอบครัว
ประกันชีวิตแบ่งหลักสองประเภท คือ Term Life (ประกันชีวิตชั่วระยะ) และ Whole Life (ประกันชีวิตตลอดชีพ)
Term Life จ่ายเบี้ยถูก คุ้มครองสูง เหมาะถ้ามีภาระหนี้หรือครอบครัวที่ต้องดูแล ตัวอย่างเช่น ชาย 30 ปี วงเงิน 3 ล้านบาท เบี้ยประมาณ 5,000-8,000 บาท/ปี
Whole Life / Endowment ผสมการออม แต่ผลตอบแทนอาจไม่คุ้มเท่าลงทุนเอง ซื้อถ้าต้องการเครื่องมือออมแบบบังคับตัวเองและได้ลดหย่อนภาษี (ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท)
ประกันวิชาชีพ (Professional Liability / E&O Insurance)
ประกันนี้คุ้มครองกรณีถูกลูกค้าฟ้องร้องเนื่องจากความผิดพลาดหรือบกพร่องในงาน สำคัญมากสำหรับฟรีแลนซ์สายเฉพาะทาง
ใครควรมีประกันวิชาชีพ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (ถ้า bug ทำให้ลูกค้าเสียหาย), ที่ปรึกษาธุรกิจ/การเงิน (ถ้าแนะนำผิดลูกค้าเสียเงิน), นักกฎหมาย/บัญชี (มีความรับผิดวิชาชีพสูง), นักออกแบบ (ถ้า design ก่อให้เกิดความสับสนหรือละเมิดเครื่องหมายการค้า)
ค่าเบี้ยในไทยยังค่อนข้างสูง ประมาณ 15,000-50,000 บาท/ปี แต่ถ้างานมีความเสี่ยงสูง คุ้มค่ามาก
จัดพอร์ตประกันให้เหมาะกับฐานะ
งบน้อย (5,000-15,000 บาท/ปี) ประกันสังคม (ม.40) + ประกันอุบัติเหตุ นี่คือขั้นต่ำสุดที่ควรมี
งบกลาง (15,000-40,000 บาท/ปี) ประกันสังคม + ประกันสุขภาพ IPD + ประกันอุบัติเหตุ ครอบคลุมความเสี่ยงหลัก
งบสูง (40,000+ บาท/ปี) ครบทุกประเภท รวมถึงประกันชีวิต Term ถ้ามีครอบครัว และประกันวิชาชีพถ้าเนื้องานมีความเสี่ยง
ข้อควรระวังในการซื้อประกัน
อ่านเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นให้ครบ บางกรมธรรม์ไม่คุ้มครองโรคเรื้อรัง อาชีพบางประเภท หรือกิจกรรมบางอย่าง เปรียบเทียบราคาและความคุ้มครองจากหลายบริษัท ใช้บริการ broker หรือแพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันออนไลน์ และตรวจสอบว่าบริษัทประกันมี rating ที่ดีและมีความมั่นคงทางการเงิน
สรุป
ฟรีแลนซ์ควรมีประกันอย่างน้อย 2 ประเภทคือประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ เพราะสองอย่างนี้คือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดที่อาจทำให้รายได้หยุดและมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่พร้อมกัน ประกันชีวิตและประกันวิชาชีพเพิ่มเมื่อฐานะการเงินดีขึ้นและมีครอบครัวต้องดูแล