ประกันสุขภาพเอกชน vs ประกันสังคม ฟรีแลนซ์เลือกแบบไหนคุ้มกว่า?
·อ่าน 4 นาที

ประกันสุขภาพเอกชน vs ประกันสังคม ฟรีแลนซ์เลือกแบบไหนคุ้มกว่า?

ฟรีแลนซ์ไม่มีสวัสดิการจากบริษัท ไม่มีประกันกลุ่ม ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทุกอย่างต้องจัดการเอง และหนึ่งในเรื่องที่สำคัญที่สุดแต่หลายคนมองข้ามคือ "ประกันสุขภาพ" เพราะฟรีแลนซ์ที่ป่วยคือฟรีแลนซ์ที่ไม่มีรายได้


คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ ควรสมัครประกันสังคมดีไหม หรือซื้อประกันเอกชนดีกว่า คำตอบสั้นๆ คือ ควรมีทั้งสองอย่าง แต่ถ้าต้องเลือกอย่างเดียวก่อน คำตอบจะขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการของคุณ


สำหรับรายละเอียดเรื่องประกันสังคม ม.39 vs ม.40 อ่านเพิ่มเติมที่ เปรียบเทียบมาตรา 39 vs 40 และรายละเอียดเรื่องประกันสุขภาพทุกประเภทที่ คู่มือประกันสุขภาพฟรีแลนซ์


ทำไมฟรีแลนซ์ต้องมีประกันสุขภาพ


ลองจินตนาการว่าคุณป่วยหนักต้องนอนโรงพยาบาล 5 วัน ค่ารักษาพยาบาลอาจสูงถึง 50,000-200,000 บาท ถ้าไม่มีประกัน คุณต้องจ่ายเองทั้งหมด และในช่วงที่นอนโรงพยาบาล คุณก็ไม่มีรายได้ด้วย เท่ากับว่าเจ็บตัวสองต่อ ทั้งค่ารักษาและรายได้ที่หายไป


ฟรีแลนซ์หลายคนคิดว่าตัวเองยังอายุน้อย สุขภาพดี ไม่จำเป็นต้องมีประกัน แต่อุบัติเหตุไม่ได้เลือกคน และค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชนแพงขึ้นทุกปี นอกจากนี้ การสมัครประกันตอนยังอายุน้อยและสุขภาพดี เบี้ยจะถูกกว่ามาก ถ้ารอจนมีโรคประจำตัวแล้ว อาจถูกปฏิเสธหรือเบี้ยแพงมาก


ประกันสังคมสำหรับฟรีแลนซ์: มาตรา 39 vs มาตรา 40


ฟรีแลนซ์สามารถเข้าประกันสังคมได้ 2 ทาง


มาตรา 39 สำหรับคนที่เคยเป็นลูกจ้าง (ม.33) มาก่อนอย่างน้อย 12 เดือน และลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์ ต้องสมัครภายใน 6 เดือนหลังลาออก จ่ายเดือนละ 432 บาท ได้สิทธิ์ครอบคลุมทั้ง 6 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร และชราภาพ


มาตรา 40 สำหรับทุกคนที่ไม่เคยเป็นลูกจ้าง อายุ 15-65 ปี มี 3 ทางเลือก ทางเลือก 1 จ่าย 70 บาท/เดือน คุ้มครองเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ทางเลือก 2 จ่าย 100 บาท/เดือน เพิ่มชราภาพ ทางเลือก 3 จ่าย 300 บาท/เดือน เพิ่มสงเคราะห์บุตร


ข้อแตกต่างสำคัญคือ ม.39 ใช้ระบบโรงพยาบาลตามสิทธิ์ เข้ารักษาฟรีที่โรงพยาบาลที่เลือก ส่วน ม.40 ได้เงินชดเชยรายวันเมื่อนอนโรงพยาบาล (200-300 บาท/วัน) แต่ต้องจ่ายค่ารักษาเอง


ประกันสุขภาพเอกชน: ประเภทและราคา


ประกันสุขภาพเอกชนแบ่งเป็นหลายประเภท


ประกันผู้ป่วยใน (IPD) คุ้มครองเมื่อต้องนอนโรงพยาบาล ค่าห้อง ค่ารักษา ค่าผ่าตัด เบี้ยเริ่มต้นประมาณ 3,000-8,000 บาท/ปี ขึ้นอยู่กับอายุและวงเงินคุ้มครอง


ประกันผู้ป่วยนอก (OPD) คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เช่น พบแพทย์ทั่วไป ค่ายา เบี้ยเพิ่มอีก 3,000-10,000 บาท/ปี


ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คุ้มครองทั้ง IPD และ OPD ในแผนเดียว วงเงิน 100,000-5,000,000 บาท/ปี เบี้ยประมาณ 8,000-30,000+ บาท/ปี


ประกันชีวิต+สุขภาพ ได้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ เบี้ยสูงกว่าแต่ลดหย่อนภาษีได้มากกว่า


เปรียบเทียบความคุ้มครอง
เปรียบเทียบความคุ้มครอง

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียโดยละเอียด


ด้านค่าใช้จ่าย ประกันสังคม ม.40 เริ่มต้นแค่ 70 บาท/เดือน (840 บาท/ปี) ถูกที่สุด ม.39 จ่าย 432 บาท/เดือน (5,184 บาท/ปี) ส่วนประกันเอกชนเริ่มต้น 3,000-8,000 บาท/ปี ไปจนถึง 30,000+ บาท/ปี ดังนั้นถ้างบจำกัดมาก ประกันสังคม ม.40 เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


ด้านความสะดวก ประกันเอกชนชนะขาด เลือกโรงพยาบาลเอกชนได้ ไม่ต้องรอคิว ได้ห้องพิเศษ พบแพทย์เฉพาะทาง ส่วนประกันสังคม ม.39 ต้องไปโรงพยาบาลตามสิทธิ์ ซึ่งมักจะต้องรอคิวนาน


ด้านวงเงินคุ้มครอง ประกันเอกชนวงเงินสูงกว่ามาก บางแผนคุ้มครองถึง 5 ล้านบาท/ปี ส่วนประกันสังคมไม่มีเพดานค่ารักษาสำหรับ ม.39 (แต่ต้องรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์เท่านั้น)


ด้านสิทธิ์เพิ่มเติม ประกันสังคมมีสิทธิ์ชราภาพ (เงินบำนาญตอนเกษียณ) ที่ประกันเอกชนไม่มี สำหรับฟรีแลนซ์ที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นี่เป็นจุดเด่นสำคัญ


กลยุทธ์ผสม: วิธีที่คุ้มที่สุด


ทางเลือกที่แนะนำมากที่สุดคือใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน เพราะแต่ละอย่างมีจุดแข็งที่เสริมกัน


ระดับ 1: งบจำกัดมาก (รายได้ต่ำกว่า 20,000/เดือน) สมัครประกันสังคม ม.40 ทางเลือก 2 (100 บาท/เดือน) + ใช้สิทธิ์ 30 บาทรักษาทุกโรค รวมค่าใช้จ่าย 1,200 บาท/ปี


ระดับ 2: งบปานกลาง (รายได้ 20,000-50,000/เดือน) สมัครประกันสังคม ม.40 ทางเลือก 3 (300 บาท/เดือน) + ประกันสุขภาพเอกชน IPD อย่างเดียว (5,000-8,000 บาท/ปี) รวมค่าใช้จ่าย 8,600-11,600 บาท/ปี ป่วยเล็กน้อยใช้สิทธิ์ 30 บาท ป่วยหนักนอน รพ.เอกชน


ระดับ 3: งบพอมีพอใช้ (รายได้ 50,000+/เดือน) สมัครประกันสังคม ม.39 หรือ ม.40 (เพื่อสิทธิ์ชราภาพ) + ประกันสุขภาพเอกชนเหมาจ่าย IPD+OPD (15,000-25,000 บาท/ปี) รวมค่าใช้จ่าย 20,000-30,000 บาท/ปี ครอบคลุมทุกกรณี


สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากประกัน


ทั้งประกันสังคมและประกันเอกชนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้


ประกันสังคม ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ม.39 จ่าย 5,184 บาท/ปี ลดหย่อนได้ 5,184 บาท ม.40 จ่าย 1,200-3,600 บาท/ปี ลดหย่อนได้ตามจ่ายจริง


ประกันสุขภาพ ลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพได้สูงสุด 25,000 บาท/ปี


ประกันชีวิต ลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต (ระยะ 10 ปีขึ้นไป) ได้สูงสุด 100,000 บาท/ปี


ถ้าเสียภาษีในอัตรา 10% การลดหย่อน 25,000 บาท จะช่วยประหยัดภาษีได้ 2,500 บาท ถ้าเสียภาษีในอัตรา 20% จะประหยัดได้ 5,000 บาท เท่ากับเบี้ยประกันลดลงอีก


สำหรับกลยุทธ์ลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม อ่าน วางแผนเกษียณ SSF RMF


ข้อควรระวังเมื่อเลือกประกันเอกชน


ตรวจสอบเงื่อนไขโรคเดิม ถ้ามีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ประกันอาจไม่คุ้มครองโรคนั้น หรือต้องรอ waiting period 1-2 ปี


เบี้ยเพิ่มตามอายุ เบี้ยประกันสุขภาพจะเพิ่มขึ้นทุกปีตามอายุ เบี้ยที่จ่ายตอนอายุ 25 กับตอนอายุ 45 อาจต่างกัน 3-5 เท่า ต้องคำนวณว่าไหวไหมในระยะยาว


วงเงินคุ้มครองต่อปี vs ต่อครั้ง บางแผนจำกัดวงเงินต่อครั้งเข้ารักษา ไม่ใช่ต่อปี ต้องอ่านรายละเอียดให้ดี


ค่า deductible บางแผนราคาถูกแต่มี deductible สูง (เช่น ต้องจ่ายเอง 30,000 บาทแรก) เหมาะกับคนที่ต้องการคุ้มครองเฉพาะกรณีป่วยหนัก


สรุป


ฟรีแลนซ์ทุกคนควรมีประกันสุขภาพอย่างน้อย 1 ชั้น ประกันสังคม ม.40 เป็นฐานที่ทุกคนควรมีเพราะราคาถูกมาก ถ้ามีงบเพิ่ม ให้เสริมด้วยประกันเอกชน IPD สำหรับกรณีนอนโรงพยาบาล ยิ่งสมัครเร็วยิ่งดี เพราะเบี้ยจะถูกกว่าและไม่มีปัญหาเรื่องโรคเดิม อย่าลืมเก็บใบเสร็จเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีทุกปีด้วย

เริ่มจัดการเงินอย่างมืออาชีพ

Finlance ช่วยฟรีแลนซ์ติดตามรายได้ ประมาณภาษี และจัดการกระแสเงินสด

เริ่มใช้ฟรี