เจาะลึกหมวดค่าใช้จ่ายธุรกิจ อะไรหักภาษีได้บ้าง
ค่าใช้จ่ายธุรกิจเป็นหนึ่งในเครื่องมือลดภาษีที่ทรงพลังที่สุดสำหรับฟรีแลนซ์ที่ยื่นภาษีแบบค่าใช้จ่ายจริง แต่ฟรีแลนซ์จำนวนมากไม่รู้ว่าอะไรหักได้บ้าง หรือหักได้เต็มหรือบางส่วน บทความนี้จะเจาะลึกทุกหมวดให้ครบถ้วน
สำหรับพื้นฐานการบัญชีและการเลือกระหว่างหักเหมาหรือจริง อ่าน คู่มือบัญชีฟรีแลนซ์ และ หักจริงหรือหักเหมา
หักจริงดีกว่าเหมาเมื่อไหร่
ฟรีแลนซ์รายได้จากอาชีพอิสระ (เงินได้ประเภทที่ 2 หรือ 8) หักเหมาได้ 60% ถ้าค่าใช้จ่ายจริงเกิน 60% ของรายได้ ควรเลือกหักจริง ตัวอย่าง รายได้ 500,000 บาท/ปี หักเหมา 60% = 300,000 บาท ถ้ามีค่าใช้จ่ายจริง 350,000 บาท และมีหลักฐานครบ หักจริงประหยัดภาษีได้มากกว่า
หมวดที่ 1: อุปกรณ์และเทคโนโลยี
คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต เป็นสินทรัพย์ถาวร ต้องตัดค่าเสื่อมราคา ไม่หักทั้งก้อนในปีเดียว อายุการใช้งานตามกรมสรรพากร 3-5 ปี หักเป็นค่าเสื่อมราคาปีละ 20-33% สำหรับฟรีแลนซ์ที่ทำบัญชีเองแบบง่าย อาจเลือกหักเต็มในปีที่ซื้อก็ได้ (ถ้าราคาไม่เกิน 5,000 บาท ถือเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไปได้เลย)
ซอฟต์แวร์และ Subscription หักได้เต็ม 100% Adobe Creative Cloud, Figma, Notion, Grammarly ค่า subscription รายเดือนหักได้ทั้งหมดถ้าใช้เพื่อธุรกิจ
กล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพ เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ ตัดค่าเสื่อมราคา ถ้าใช้ส่วนตัวด้วย ต้องคิดสัดส่วนการใช้งานธุรกิจ
หมวดที่ 2: ค่าสถานที่ทำงาน
Home Office หักได้ตามสัดส่วนพื้นที่ ห้องทำงาน 20 ตร.ม. จากพื้นที่บ้าน 100 ตร.ม. หักค่าเช่าได้ 20% รวมถึงค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าเน็ต ตามสัดส่วนเดียวกัน ต้องมีห้องที่ใช้ทำงานจริงๆ ไม่ใช่แค่โต๊ะในห้องนั่งเล่น
Coworking Space หักได้ 100% เก็บใบเสร็จทุกครั้ง ถ้าสมาชิกรายเดือนยิ่งดี มีเอกสารชัดเจน
ออฟฟิศเช่า หักได้ 100% ค่าเช่า ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าซ่อมแซม
หมวดที่ 3: ค่าการตลาดและโฆษณา
ค่าโฆษณา Facebook Ads, Google Ads, LINE Ads หักได้ 100% ค่าสร้าง Website, Domain, Hosting ค่าพิมพ์นามบัตร โบรชัวร์ ค่า portfolio hosting ค่าถ่ายรูป headshot สำหรับธุรกิจ ทั้งหมดนี้หักได้ 100%
หมวดที่ 4: การพัฒนาทักษะ
คอร์สออนไลน์ที่เกี่ยวกับอาชีพ (Coursera, Udemy) หนังสือเฉพาะทาง งาน conference หรือ seminar ค่าสมาชิก professional association ทั้งหมดนี้หักได้ 100% เพราะถือเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาความสามารถในการสร้างรายได้
หมวดที่ 5: ค่าเดินทาง
ค่าน้ำมัน ค่าที่จอดรถ เพื่อไปหาลูกค้าหรือเพื่อธุรกิจ หักได้ตามสัดส่วนการใช้งาน ถ้าใช้รถทำงานเยอะ ควรจดบันทึก mileage log สำหรับค่าเดินทางต่างประเทศเพื่อธุรกิจ หักได้ตามจริง ต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าเดินทางเพื่อธุรกิจ
หมวดที่ 6: ค่าบริการวิชาชีพ
ค่าบัญชีและที่ปรึกษาภาษี ค่าทนายความ ค่า consultant ด้านต่างๆ ค่าธรรมเนียมธนาคาร (สำหรับบัญชีธุรกิจ) ค่า Payment gateway (PayPal, Wise, Stripe) ทั้งหมดนี้หักได้ 100%
หมวดที่ 7: ค่าใช้จ่ายสังสรรค์และของขวัญ
ค่าอาหารและเครื่องดื่มกับลูกค้า หักได้บางส่วน ตามกฎหมายไทยหักได้ 80% ของค่าอาหารธุรกิจ ต้องมีใบเสร็จและบันทึกว่าพบใคร เพื่อธุรกิจอะไร ของขวัญลูกค้า หักได้ตามจริงแต่ต้องมีเอกสาร และไม่ควรแพงจนผิดปกติ
เคล็ดลับการเก็บเอกสาร
เก็บใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีทุกใบ จัดหมวดหมู่ตาม category จดบันทึกว่าซื้ออะไร เพื่อธุรกิจอะไร ใช้ app ถ่ายรูปใบเสร็จ เก็บไว้ 5-7 ปี (กรณีถูกตรวจสอบ) แยกบัญชีธุรกิจและส่วนตัวให้ชัดเจน
สิ่งที่หักไม่ได้
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าใช้จ่ายของครอบครัว ค่าปรับและโทษ เงินเดือนตัวเองถ้าเป็นบุคคลธรรมดา (ไม่ใช่นิติบุคคล) รายจ่ายที่ไม่มีหลักฐาน
สรุป
ฟรีแลนซ์ที่ใช้ค่าใช้จ่ายจริงในการยื่นภาษีต้องเก็บหลักฐานทุกอย่าง จัดหมวดหมู่ และรู้ว่าอะไรหักได้ อะไรหักไม่ได้ ถ้าไม่แน่ใจ ปรึกษานักบัญชีดีกว่าหักเองผิด เพราะโทษการหักภาษีเกินจริงมีทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม