หักค่าใช้จ่ายจริง vs เหมา ฟรีแลนซ์เลือกแบบไหนประหยัดภาษีกว่า?
·อ่าน 5 นาที

หักค่าใช้จ่ายจริง vs เหมา ฟรีแลนซ์เลือกแบบไหนประหยัดภาษีกว่า?

การเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจด้านภาษีที่สำคัญที่สุดสำหรับฟรีแลนซ์ เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อจำนวนเงินภาษีที่ต้องจ่าย การเลือกผิดอาจทำให้คุณเสียภาษีมากกว่าที่ควรเป็นหลายหมื่นบาท


ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่เลือกหักเหมาเพราะง่ายกว่า ไม่ต้องเก็บเอกสาร ซึ่งหลายกรณีก็เป็นทางเลือกที่ถูกต้อง แต่สำหรับบางสถานการณ์ การหักค่าใช้จ่ายตามจริงอาจประหยัดภาษีได้มากกว่ามาก บทความนี้จะอธิบายทั้งสองวิธีอย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างคำนวณจริง


สำหรับพื้นฐานการคำนวณภาษีฟรีแลนซ์ อ่าน วิธีคำนวณภาษีฟรีแลนซ์ 2026 ก่อน


ทำความเข้าใจประเภทรายได้ก่อน


ก่อนเลือกวิธีหักค่าใช้จ่าย คุณต้องรู้ก่อนว่ารายได้ของคุณจัดอยู่ในประเภทไหน เพราะอัตราหักเหมาจะแตกต่างกัน


รายได้ 40(2) — รับจ้างทำของ เช่น รับจ้างเขียนโปรแกรม ออกแบบกราฟิก แปลเอกสาร เขียนบทความ หักเหมาได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท


รายได้ 40(7)(8) — รับเหมา/วิชาชีพอิสระ เช่น ช่างภาพ สถาปนิก วิศวกร นักบัญชี หรืองานรับเหมาที่ใช้วัสดุอุปกรณ์ หักเหมาได้ 40-60% แล้วแต่ประเภท ไม่มีเพดาน


ความแตกต่างนี้สำคัญมาก ถ้ารายได้ 40(2) การหักเหมาถูกจำกัดที่ 100,000 บาท ดังนั้นถ้ารายได้สูง การหักจริงมักคุ้มกว่า แต่ถ้ารายได้ 40(7)(8) หักเหมาได้ถึง 60% ไม่มีเพดาน จึงมักคุ้มกว่าหักจริง


หักค่าใช้จ่ายเหมาคืออะไร


การหักเหมาคือการให้สรรพากรหักค่าใช้จ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้โดยไม่ต้องแสดงหลักฐาน ไม่ต้องเก็บใบเสร็จ ไม่ต้องทำบัญชี แค่แจ้งรายได้แล้วหักตามอัตราที่กำหนด


อัตราหักเหมาตามประเภทรายได้ 40(2) หักเหมาได้ 50% สูงสุด 100,000 บาท 40(3) ค่าลิขสิทธิ์ หักเหมาได้ 50% สูงสุด 100,000 บาท 40(7)(8) หักเหมาได้ 40-60% แล้วแต่ประเภทกิจการ ไม่มีเพดาน


ข้อดีของการหักเหมา ง่ายมาก ไม่ต้องเก็บใบเสร็จ ไม่ต้องทำบัญชี ลดความเสี่ยงถูกสรรพากรตรวจสอบ เพราะใช้อัตราที่กฎหมายกำหนด


ข้อเสียของการหักเหมา ถ้าค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่าเหมา คุณก็หักได้แค่ตามเหมา ไม่สามารถหักเพิ่มได้ สำหรับ 40(2) ถ้ารายได้เกิน 200,000 บาท เพดาน 100,000 บาทจะเริ่มไม่คุ้ม


หักค่าใช้จ่ายตามจริงต้องทำอะไรบ้าง


การหักจริงคือการแสดงหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการทำงาน สรรพากรจะให้หักค่าใช้จ่ายตามที่แสดงหลักฐานได้จริง ไม่มีเพดาน


สิ่งที่ต้องทำ เก็บใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีทุกรายการ ทำสมุดบัญชีรายรับรายจ่าย แยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวออกจากค่าใช้จ่ายธุรกิจ เก็บเอกสารไว้ 5 ปี (กรณีถูกตรวจสอบ)


ค่าใช้จ่ายที่หักได้ ค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ license ค่าเช่าสถานที่ทำงาน (co-working/สำนักงาน) ค่าอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ (เฉพาะส่วนที่ใช้ทำงาน) ค่าเดินทางเพื่อพบลูกค้า ค่าจ้าง subcontractor ค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงาน ค่าประกันภัยความรับผิดทางวิชาชีพ ค่าคอร์สเรียนที่เกี่ยวข้องกับงาน


สำหรับรายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่าย home office อ่าน ค่าใช้จ่าย Home Office หักภาษีได้ไหม


เปรียบเทียบภาษี
เปรียบเทียบภาษี

ตัวอย่างคำนวณ: รายได้ 40(2) รับจ้างทำของ


สมมติคุณเป็น developer ฟรีแลนซ์ รายได้จัดเป็น 40(2)


กรณีรายได้ 500,000 บาท/ปี หักเหมา 50% = 100,000 บาท (ติดเพดาน) เงินได้สุทธิ = 500,000 - 100,000 - 60,000 (ส่วนตัว) = 340,000 ภาษี = 22,500 บาท หักจริง สมมติค่าใช้จ่ายจริง 80,000 บาท เงินได้สุทธิ = 500,000 - 80,000 - 60,000 = 360,000 ภาษี = 27,000 บาท ในกรณีนี้ หักเหมาดีกว่า เพราะเหมาได้ 100,000 มากกว่าค่าใช้จ่ายจริง 80,000


กรณีรายได้ 1,200,000 บาท/ปี หักเหมา 50% = 100,000 บาท (ติดเพดาน) เงินได้สุทธิ = 1,200,000 - 100,000 - 60,000 = 1,040,000 ภาษี = 143,000 บาท หักจริง สมมติค่าใช้จ่ายจริง 400,000 บาท (ค่าอุปกรณ์ จ้าง sub ค่าเช่า) เงินได้สุทธิ = 1,200,000 - 400,000 - 60,000 = 740,000 ภาษี = 63,000 บาท ในกรณีนี้ หักจริงดีกว่า ประหยัดภาษีได้ 80,000 บาท!


ตัวอย่างคำนวณ: รายได้ 40(7)(8)


สมมติคุณเป็นช่างภาพ รายได้จัดเป็น 40(7)(8) หักเหมาได้ 60%


กรณีรายได้ 1,000,000 บาท/ปี หักเหมา 60% = 600,000 บาท เงินได้สุทธิ = 1,000,000 - 600,000 - 60,000 = 340,000 ภาษี = 22,500 บาท หักจริง สมมติค่าใช้จ่ายจริง 400,000 บาท เงินได้สุทธิ = 1,000,000 - 400,000 - 60,000 = 540,000 ภาษี = 47,000 บาท ในกรณีนี้ หักเหมาดีกว่า เพราะ 60% ของรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายจริง


สรุปกฎง่ายๆ ถ้าค่าใช้จ่ายจริง น้อยกว่า อัตราเหมา → ใช้เหมา ถ้าค่าใช้จ่ายจริง มากกว่า อัตราเหมา → ใช้หักจริง สำหรับ 40(2) ที่เพดาน 100,000 ถ้ารายได้เกิน 500,000 และมีค่าใช้จ่ายจริงเกิน 100,000 → หักจริงมักคุ้มกว่า


ค่าใช้จ่ายที่สรรพากรยอมรับ


ถ้าเลือกหักจริง ต้องรู้ว่าค่าใช้จ่ายอะไรหักได้บ้าง หลักการคือ ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่ จำเป็น และ เกี่ยวข้องโดยตรง กับการทำงาน


หักได้แน่นอน ค่าอุปกรณ์ที่ใช้ทำงาน (คอมพิวเตอร์ กล้อง ซอฟต์แวร์) ค่าจ้าง subcontractor ค่าวัสดุสิ้นเปลือง (หมึกพิมพ์ กระดาษ) ค่าเดินทางพบลูกค้า (มีบันทึกการเดินทาง) ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต (ส่วนที่ใช้ทำงาน)


หักได้บางส่วน ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ถ้าทำงานที่บ้าน (สัดส่วนพื้นที่ทำงานต่อพื้นที่ทั้งหมด) ค่ารถยนต์ (เฉพาะส่วนที่ใช้ทำงาน) ค่าอาหารเลี้ยงลูกค้า (มีหลักฐานและเหตุผลทางธุรกิจ)


หักไม่ได้ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เสื้อผ้าทั่วไป ค่าเดินทางท่องเที่ยว ค่าอาหารส่วนตัว ค่าปรับต่างๆ


สำหรับวิธีทำบัญชีที่ถูกต้อง อ่าน ทำบัญชีเบื้องต้นสำหรับฟรีแลนซ์


เอกสารที่ต้องเก็บถ้าหักจริง


ใบเสร็จรับเงิน ทุกรายการที่จะนำมาหัก ต้องมีชื่อผู้ขาย วันที่ รายการ จำนวนเงิน


ใบกำกับภาษี ถ้าซื้อของจากร้านที่จด VAT ขอใบกำกับภาษีเก็บไว้ด้วย


สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย จดทุกรายการรายรับและรายจ่ายเรียงตามวันที่ ปัจจุบันใช้ Excel หรือ Google Sheets ก็ได้


หลักฐานการจ่ายเงิน Statement ธนาคาร สลิปโอนเงิน หลักฐาน e-payment ที่แสดงว่าจ่ายเงินจริง


สัญญาจ้างงาน/ใบแจ้งหนี้ สำหรับค่าจ้าง subcontractor หรือค่าเช่าสำนักงาน


ทั้งหมดนี้ต้องเก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี นับจากวันยื่นภาษี เผื่อสรรพากรตรวจสอบ


วิธีตัดสินใจ: เหมา vs จริง


ลองคำนวณตาม 3 ขั้นตอนนี้


ขั้นตอน 1 สรุปรายได้ทั้งปี และระบุว่าเป็นรายได้ประเภทไหน (40(2) หรือ 40(7)(8))


ขั้นตอน 2 คำนวณค่าใช้จ่ายจริงทั้งปี (ค่าอุปกรณ์ ค่าเช่า ค่าจ้าง sub ค่าเดินทาง ฯลฯ)


ขั้นตอน 3 เปรียบเทียบ ถ้าค่าใช้จ่ายจริงมากกว่าที่หักเหมาได้ → เลือกหักจริง ถ้าค่าใช้จ่ายจริงน้อยกว่า → เลือกเหมา


ส่วนใหญ่ ฟรีแลนซ์สาย บริการ (Developer, Designer, Writer) ที่รายได้เป็น 40(2) และมีรายได้เกิน 500,000 บาท/ปี มักจะคุ้มกว่าถ้าหักจริง เพราะเพดานเหมาแค่ 100,000 บาท ส่วนฟรีแลนซ์ที่รายได้เป็น 40(7)(8) หักเหมาได้ 60% มักจะคุ้มกว่าหักเหมาเว้นแต่มีค่าใช้จ่ายจริงสูงมาก


สรุป


ไม่มีคำตอบตายตัวว่าหักเหมาหรือหักจริงดีกว่า ขึ้นอยู่กับประเภทรายได้ ระดับรายได้ และค่าใช้จ่ายจริงของคุณ สิ่งที่แนะนำคือ ลองคำนวณทั้งสองแบบทุกปี เพราะสถานการณ์อาจเปลี่ยน ปีที่ซื้ออุปกรณ์ใหม่อาจคุ้มที่จะหักจริง ปีที่ไม่มีค่าใช้จ่ายมากอาจหักเหมาดีกว่า เก็บใบเสร็จไว้ทุกปีเผื่อตัดสินใจตอนยื่นภาษี

เริ่มจัดการเงินอย่างมืออาชีพ

Finlance ช่วยฟรีแลนซ์ติดตามรายได้ ประมาณภาษี และจัดการกระแสเงินสด

เริ่มใช้ฟรี