7 แอปบันทึกรายรับรายจ่าย ที่ฟรีแลนซ์ต้องมี
·อ่าน 3 นาที

7 แอปบันทึกรายรับรายจ่าย ที่ฟรีแลนซ์ต้องมี

การบันทึกรายรับรายจ่ายเป็นสิ่งที่ฟรีแลนซ์ทุกคนต้องทำ แต่หลายคนไม่ทำเพราะรู้สึกว่ายุ่งยาก ต้องเปิดสมุด จดตัวเลข คำนวณเอง ยุคนี้มีแอปดีๆ มากมายที่ช่วยให้เรื่องนี้ง่ายขึ้นมาก แค่กดบันทึก แอปคำนวณให้ทุกอย่าง บทความนี้จะรีวิว 7 แอปที่เหมาะกับฟรีแลนซ์ไทย พร้อมเปรียบเทียบฟีเจอร์ ราคา และข้อดีข้อเสียของแต่ละตัว


ทำไมฟรีแลนซ์ต้องบันทึกรายรับรายจ่าย


ก่อนจะไปดูแอป มาทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมเรื่องนี้สำคัญ


รู้สถานะการเงินจริง ฟรีแลนซ์หลายคนคิดว่ามีเงินเยอะเพราะรายได้เข้ามาก้อนใหญ่ แต่พอหักค่าใช้จ่ายแล้วอาจเหลือน้อยมาก การบันทึกช่วยให้เห็นภาพจริง


เตรียมยื่นภาษี ตอนยื่นภาษีต้องรู้รายได้ทั้งปี ถ้าบันทึกมาตลอด ไม่ต้องมานั่งจำตอนสิ้นปี อ่านวิธียื่นภาษีได้ที่ วิธียื่น ภ.ง.ด.90


วางแผนการเงิน รู้ว่ารายได้เฉลี่ยเดือนละเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เหลือเก็บเท่าไหร่ ช่วยในการ วางแผนเงินสำรองฉุกเฉิน และการลงทุน


ตัดสินใจเรื่องราคา ถ้ารู้ต้นทุนจริง จะ ตั้งราคาค่าบริการ ได้เหมาะสมขึ้น


1. Finlance — สร้างมาเพื่อฟรีแลนซ์


เปรียบเทียบแอปบันทึกรายรับรายจ่าย
เปรียบเทียบแอปบันทึกรายรับรายจ่าย

จุดเด่น ออกแบบมาสำหรับฟรีแลนซ์ไทยโดยเฉพาะ รองรับภาษาไทย มีฟังก์ชันคำนวณภาษี ออกใบแจ้งหนี้ แดชบอร์ดสรุปรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร


ราคา ฟรี (พื้นฐาน) / ฿299/เดือน (Pro)


เหมาะกับ ฟรีแลนซ์ไทยที่ต้องการ all-in-one ทั้งบันทึกเงิน ออก invoice และคำนวณภาษี


2. Money Lover — ใช้ง่าย สำหรับคนทั่วไป


จุดเด่น UI สวย ใช้ง่ายมาก รองรับภาษาไทย มีกราฟแสดงสถิติ ตั้ง budget ได้ sync ข้ามอุปกรณ์


ราคา ฟรี (มีโฆษณา) / Premium $2.99/เดือน


ข้อจำกัด ไม่มีฟังก์ชัน invoice ไม่มีการคำนวณภาษี ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฟรีแลนซ์โดยเฉพาะ


3. PEAK — บัญชีออนไลน์ครบวงจร


จุดเด่น ระบบบัญชีออนไลน์เต็มรูปแบบ ออกใบกำกับภาษีได้ รองรับ VAT คำนวณภาษี ส่งรายงานให้สรรพากร


ราคา เริ่มต้น ฿499/เดือน


เหมาะกับ ฟรีแลนซ์ที่มีรายได้สูงหรือจด VAT แล้ว ต้องการระบบบัญชีแบบจริงจัง


4. Google Sheets — ฟรี ยืดหยุ่น


จุดเด่น ฟรี 100% ปรับแต่งได้ตามต้องการ มีเทมเพลตให้ใช้ เข้าถึงได้ทุกอุปกรณ์


ข้อจำกัด ต้องทำเอง ไม่มีกราฟอัตโนมัติ ไม่มี invoice ต้องมีวินัยในการอัปเดต


5. Wave — ฟรีสำหรับ Invoice + บัญชี


จุดเด่น ฟรี ออก invoice ได้ รับชำระเงินออนไลน์ รายงานทางการเงินอัตโนมัติ


ข้อจำกัด ภาษาอังกฤษเท่านั้น ไม่รองรับภาษีไทย เหมาะกับลูกค้าต่างประเทศ


6. FreshBooks — มืออาชีพสำหรับงานต่างประเทศ


จุดเด่น Invoice สวย Time tracking ฟีเจอร์ collaboration กับลูกค้า รายงานภาษีอัตโนมัติ


ราคา เริ่มต้น $17/เดือน


เหมาะกับ ฟรีแลนซ์ที่ทำงานกับลูกค้าต่างประเทศเป็นหลัก


7. Notion — จัดระเบียบทุกอย่าง


จุดเด่น ยืดหยุ่นสูงสุด ใช้เป็น database ได้ รวม project management + finance tracking สร้างระบบเองได้


ข้อจำกัด ต้อง setup เอง ไม่มีฟังก์ชันการเงินเฉพาะทาง learning curve สูง


วิธีเลือกแอปที่เหมาะกับคุณ


ถ้าต้องการง่ายและภาษาไทย → Finlance หรือ Money Lover


ถ้าต้องการ invoice + ภาษีไทย → Finlance หรือ PEAK


ถ้างบจำกัด → Google Sheets หรือ Wave (ฟรี)


ถ้าทำงานกับต่างประเทศ → FreshBooks หรือ Wave


ถ้าต้องการ all-in-one → Notion (ต้อง setup เอง)


สรุป


ไม่ว่าจะเลือกแอปไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องบันทึกอย่างสม่ำเสมอ แนะนำให้บันทึกทุกวันหรืออย่างน้อยทุกสัปดาห์ อย่ารอจนสิ้นเดือนค่อยมาจดเพราะจะลืม เริ่มจากแอปที่ใช้ง่ายที่สุดก่อน แล้วค่อยอัปเกรดเมื่อความต้องการมากขึ้น

เริ่มจัดการเงินอย่างมืออาชีพ

Finlance ช่วยฟรีแลนซ์ติดตามรายได้ ประมาณภาษี และจัดการกระแสเงินสด

เริ่มใช้ฟรี