ลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์ เตรียมตัวยังไงไม่ให้เจ๊ง
การตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนซ์เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงาน คนที่เตรียมตัวดีมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าคนที่ลาออกแบบหุนหันพลันแล่นหลายเท่า บทความนี้จะบอกทุกขั้นตอนที่คุณต้องเตรียมก่อนยื่นใบลาออก
สัญญาณที่บอกว่าคุณพร้อมลาออก
ไม่ใช่ทุกคนที่ควรลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์ สัญญาณที่บอกว่าคุณพร้อมคือ คุณมีทักษะที่ตลาดต้องการและพิสูจน์แล้วว่ามีคนยินดีจ่ายเงินซื้อ คุณมีลูกค้าหรือ lead อย่างน้อย 2-3 รายก่อนลาออก คุณมีเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือน คุณเข้าใจเรื่องภาษีและการจัดการเงินพื้นฐาน และคุณมี mindset ที่พร้อมรับความไม่แน่นอน
ถ้ายังไม่พร้อมทุกข้อ ไม่ได้หมายความว่าห้ามลาออก แต่ควรใช้เวลาเตรียมตัวให้มากขึ้นก่อน หลายคนเลือกเริ่มรับงานฟรีแลนซ์นอกเวลางานก่อน เพื่อทดสอบตลาดและสร้างฐานลูกค้าก่อนลาออกจริง
Timeline เตรียมตัว 6 เดือน
6 เดือนก่อนลาออก เริ่มเก็บเงินสำรองอย่างจริงจัง ตั้งเป้าเก็บให้ได้อย่างน้อย 6 เดือนค่าใช้จ่าย เริ่มสร้าง portfolio จากงานส่วนตัว เรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมที่จำเป็น และเริ่มสร้าง personal brand บน social media สำหรับการคำนวณเงินที่ต้องเตรียม อ่านต่อที่ เตรียมเงินก่อนลาออก
3 เดือนก่อนลาออก เริ่มหาลูกค้าจริงๆ รับงานเล็กๆ นอกเวลางาน ทดสอบว่าราคาที่ตั้งไว้เหมาะสมหรือไม่ สร้างสัญญาจ้างงานและ invoice template เตรียมระบบบัญชีและเครื่องมือต่างๆ
1 เดือนก่อนลาออก ยื่นใบลาออกตาม policy ของบริษัท ศึกษาเรื่องประกันสังคมว่าจะเลือก ม.39 หรือ ม.40 แจ้งลูกค้าที่มีอยู่แล้วว่าจะเริ่ม full-time เมื่อไหร่ เตรียมเอกสารจากบริษัทที่จำเป็น เช่น หนังสือรับรองการทำงาน
วันลาออก สมัครประกันสังคม ม.39 ทันที ถ้ามีสิทธิ์ อ่านรายละเอียดที่ ประกันสังคม ม.33 ลาออก เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับธุรกิจ ตั้งระบบบันทึกรายรับรายจ่าย เริ่มทำงาน full-time เป็นฟรีแลนซ์
เงินสำรองต้องเตรียมเท่าไหร่
หลักการพื้นฐานคือต้องมีเงินสำรองที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นเวลา 6-12 เดือน โดยไม่มีรายได้เข้ามาเลย ค่าใช้จ่ายที่ต้องคำนวณรวมถึง ค่าเช่าบ้านหรือผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าประกันสุขภาพ ค่าอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ ค่าซอฟต์แวร์และเครื่องมือ ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และค่าประกันสังคม
ตัวอย่าง ถ้าค่าใช้จ่ายรวมเดือนละ 25,000 บาท ขั้นต่ำ 6 เดือน ต้องเตรียม 150,000 บาท แนะนำ 9 เดือน ต้องเตรียม 225,000 บาท ปลอดภัยที่สุด 12 เดือน ต้องเตรียม 300,000 บาท
เงินก้อนนี้ควรเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์หรือกองทุนตลาดเงินที่ถอนได้ทันที ไม่ควรเอาไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง
เรื่องประกันสังคมที่ต้องจัดการทันที
เมื่อลาออกจากงานประจำ สิ่งที่ต้องทำทันทีคือจัดการเรื่องประกันสังคม ถ้าคุณเคยเป็นผู้ประกันตน ม.33 สมัคร ม.39 ภายใน 6 เดือนหลังลาออก จ่ายเดือนละ 432 บาท ได้สิทธิ์ใกล้เคียง ม.33 รวมถึง OPD IPD ทันตกรรม คลอดบุตร และชราภาพ ถ้าพลาดกำหนด 6 เดือนจะสมัครไม่ได้อีก
ถ้าไม่ได้สมัคร ม.39 ทัน หรือไม่เคยเป็น ม.33 มาก่อน สมัคร ม.40 ทางเลือกที่ 3 จ่ายเดือนละ 300 บาท ได้สิทธิ์ชราภาพ และเงินชดเชยรายวันกรณีนอนโรงพยาบาล แต่ไม่ได้สิทธิ์รักษาพยาบาลตรง ต้องซื้อประกันสุขภาพเอกชนเสริม
สิทธิ์ที่ได้เมื่อลาออก
เมื่อลาออกจากบริษัท คุณมีสิทธิ์ได้รับ เงินชดเชยจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถ้ามี ให้เลือกโอนไปกองทุน RMF แทนการรับเงินสด เพื่อไม่ต้องเสียภาษี สิทธิ์ว่างงานจากประกันสังคม ถ้าลาออกเองได้ 30% ของค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาท นานสูงสุด 90 วัน ต้องขึ้นทะเบียนที่สำนักงานจัดหางานภายใน 30 วันหลังลาออก
วันหยุดพักผ่อนที่ยังไม่ได้ใช้ บริษัทต้องจ่ายเป็นเงินให้ตามจำนวนวันที่เหลือ
ผิดพลาดที่คนลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์ทำบ่อย
ผิดพลาดที่ 1 ลาออกโดยไม่มีเงินสำรอง ทำให้ต้องรับงานทุกอย่างไม่ว่าจะราคาเท่าไหร่ เพราะไม่มี runway ให้เลือก
ผิดพลาดที่ 2 ไม่สมัคร ม.39 ภายใน 6 เดือน พลาดสิทธิ์ที่ดีที่สุดไป ต้องจ่ายประกันสุขภาพเอกชนแพงกว่าหลายเท่า
ผิดพลาดที่ 3 ตั้งราคาต่ำเกินไป เพราะกลัวไม่มีคนจ้าง ทำให้ต้องทำงานมากเกินไปแต่รายได้ไม่พอ
ผิดพลาดที่ 4 ไม่มีสัญญาจ้างงาน ทำให้โดนลูกค้าเบี้ยว scope creep หรือไม่ได้เงิน
ผิดพลาดที่ 5 ไม่แยกบัญชีธุรกิจ ทำให้ไม่รู้ว่าธุรกิจกำไรหรือขาดทุน และมีปัญหาตอนยื่นภาษี
สรุป
การลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์ไม่ใช่การกระโดดลงจากหน้าผา แต่เป็นการสร้างสะพานข้ามไปอีกฝั่ง ถ้าคุณเตรียมตัว 3-6 เดือนก่อนลาออก มีเงินสำรอง มีลูกค้าเริ่มต้น มีระบบการทำงาน และเข้าใจเรื่องภาษีและกฎหมาย โอกาสสำเร็จของคุณจะสูงกว่าคนที่ลาออกแบบไม่มีแผนหลายเท่า