เจาะลึกระบบ VAT สำหรับฟรีแลนซ์ จด VAT เมื่อไหร่ ทำอะไรบ้าง
VAT (Value Added Tax) หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเรื่องที่ฟรีแลนซ์หลายคนกลัวเพราะดูซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วไม่ยากอย่างที่คิด บทความนี้จะอธิบายระบบ VAT ตั้งแต่พื้นฐาน เมื่อไหร่ต้องจดทะเบียน ต้องทำอะไรบ้างหลังจด และวิธีคำนวณ VAT พร้อมตัวอย่างจริง
สำหรับเรื่องเกณฑ์รายได้ 1.8 ล้านที่ต้องจด VAT อ่านเพิ่มเติมที่ คู่มือจด VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน
VAT คืออะไร ทำไมต้องมี
VAT คือภาษีที่เก็บจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในแต่ละขั้นตอนของการผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือบริการ อัตราปัจจุบันคือ 7% (รวม VAT ในราคา) หรือ 6.3% + 0.7% (ภาษีท้องถิ่น)
สำหรับฟรีแลนซ์ VAT หมายถึง เมื่อคุณจดทะเบียน VAT แล้ว คุณต้องเก็บ VAT 7% จากลูกค้าเพิ่มจากค่าบริการ แล้วนำส่งสรรพากรทุกเดือน
ตัวอย่าง ค่าบริการ 10,000 บาท + VAT 7% = 10,700 บาท ลูกค้าจ่าย 10,700 บาท คุณได้ค่าบริการ 10,000 บาท ส่วน 700 บาทต้องนำส่งสรรพากร
เมื่อไหร่ต้องจดทะเบียน VAT
บังคับจด เมื่อรายได้จากการให้บริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้เกิน 1.8 ล้าน ถ้าไม่จดจะมีโทษปรับ
จดโดยสมัครใจ ถ้ารายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้าน แต่อยากจด VAT ก็ได้ ข้อดีคือ สามารถขอคืนภาษีซื้อ (VAT ที่จ่ายเมื่อซื้อของ) ได้ ดูมืออาชีพในสายตาลูกค้าองค์กร
ไม่ต้องจด รายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้าน/ปี และไม่ต้องการประโยชน์จาก VAT ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนี้
ภาษีซื้อ vs ภาษีขาย
เมื่อจด VAT แล้ว คุณต้องเข้าใจ 2 คำนี้
ภาษีขาย (Output VAT) คือ VAT ที่คุณเก็บจากลูกค้า เมื่อออก invoice ค่าบริการ 100,000 + VAT 7,000 = 107,000 บาท VAT 7,000 คือภาษีขาย
ภาษีซื้อ (Input VAT) คือ VAT ที่คุณจ่ายเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการ เช่น ซื้อคอมพิวเตอร์ 30,000 บาท (รวม VAT 1,963 บาท) VAT 1,963 คือภาษีซื้อที่คุณเรียกคืนได้
VAT ที่ต้องจ่าย = ภาษีขาย - ภาษีซื้อ ถ้าภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย (เช่น เดือนที่ซื้ออุปกรณ์แพง) คุณจะได้ credit ยกไปเดือนถัดไป
สิ่งที่ต้องทำหลังจด VAT
ออกใบกำกับภาษี ทุกครั้งที่ให้บริการและรับเงิน ต้องออกใบกำกับภาษี (Tax Invoice) ที่มีรายละเอียดครบถ้วน ชื่อที่อยู่ผู้ซื้อผู้ขาย เลขประจำตัวผู้เสียภาษี รายการสินค้า/บริการ จำนวนเงิน VAT
ทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย จดบันทึกทุกรายการที่มี VAT ทั้งซื้อและขาย เรียงตามวันที่ เก็บใบกำกับภาษีทุกใบ
ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ถ้ายื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 23) แม้เดือนไหนไม่มีรายได้ก็ต้องยื่น (ยื่นเปล่า)
เก็บเอกสารไว้ 5 ปี ใบกำกับภาษี รายงานภาษีซื้อ-ขาย แบบ ภ.พ.30 ทั้งหมดต้องเก็บไว้ 5 ปี
VAT กับลูกค้าต่างประเทศ
ข่าวดีสำหรับฟรีแลนซ์ที่รับงานลูกค้าต่างชาติ การให้บริการที่ทำในไทยแต่ใช้บริการในต่างประเทศ ได้รับ VAT อัตรา 0% (ไม่ใช่ยกเว้น VAT แต่เป็น 0%) หมายความว่าไม่ต้องเก็บ VAT จากลูกค้าต่างชาติ แต่ยังมีสิทธิ์ขอคืนภาษีซื้อได้ ซึ่งเป็นข้อดีของการจด VAT สมัครใจ
เงื่อนไข ต้องมีหลักฐานว่าลูกค้าอยู่ต่างประเทศ สัญญาจ้างงาน Invoice หลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ
ข้อดีข้อเสียของการจด VAT สำหรับฟรีแลนซ์
ข้อดี ขอคืนภาษีซื้อได้ (ซื้อของมี VAT นำมาหักได้) ดูมืออาชีพในสายตาลูกค้าองค์กร ลูกค้าองค์กรที่จด VAT ชอบใช้บริการผู้ที่จด VAT เพราะเอาภาษีซื้อไปหักได้ ได้ VAT 0% สำหรับบริการส่งออก
ข้อเสีย ต้องทำเอกสารเพิ่มมากขึ้น ออกใบกำกับภาษี ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน ราคาบริการรวม VAT จะสูงขึ้น 7% สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดา ที่ไม่ได้ประโยชน์จากภาษีซื้อ อาจต้องจ้างนักบัญชีช่วย ค่าใช้จ่ายเพิ่ม
สรุป
ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ที่รายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี ไม่จำเป็นต้องจด VAT เว้นแต่ต้องการประโยชน์จากการขอคืนภาษีซื้อ แต่ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน ต้องจดภายใน 30 วัน ไม่งั้นมีโทษปรับ เมื่อจดแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือออกใบกำกับภาษีทุกครั้ง ทำรายงานภาษีซื้อ-ขาย และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน