รายได้เกิน 1.8 ล้าน ฟรีแลนซ์ต้องจด VAT! สิ่งที่ต้องรู้ก่อนสาย
ฟรีแลนซ์ที่ประสบความสำเร็จจนรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องเจอกับหน้าที่ทางภาษีที่สำคัญมาก นั่นคือการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT หลายคนไม่รู้เรื่องนี้จนโดนสรรพากรเรียกตรวจ ค่าปรับอาจสูงถึง 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสีย บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างที่คุณต้องรู้
เกณฑ์ 1.8 ล้านบาท คำนวณอย่างไร
เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทนับจากรายได้รวมก่อนหักค่าใช้จ่าย ไม่ใช่กำไรสุทธิ ดังนั้น ถ้าคุณมีรายได้จากงานฟรีแลนซ์รวมทั้งปี 1.8 ล้านบาทขึ้นไป คุณมีหน้าที่ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้ถึงเกณฑ์
สำคัญมาก 1.8 ล้านบาทนี้รวมทุกแหล่งรายได้ ไม่ใช่แค่จากลูกค้ารายเดียว ถ้าคุณรับงานจาก 10 ลูกค้า ลูกค้าละ 200,000 บาท รวมเป็น 2,000,000 บาท คุณก็ต้องจด VAT
ขั้นตอนจดทะเบียน VAT
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมเอกสาร ได้แก่ บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานที่ตั้งสถานประกอบการ (สัญญาเช่าหรือทะเบียนบ้าน) แผนที่สถานประกอบการ และแบบ ภ.พ.01
ขั้นตอนที่ 2 ยื่นแบบ ภ.พ.01 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท
ขั้นตอนที่ 3 รอรับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ใช้เวลาประมาณ 7-15 วัน สรรพากรอาจนัดตรวจสถานประกอบการ
ขั้นตอนที่ 4 เริ่มเก็บ VAT 7 เปอร์เซ็นต์จากลูกค้า ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่รับเงิน
หน้าที่หลังจด VAT
หนึ่ง ออกใบกำกับภาษี ทุกครั้งที่รับเงินค่าบริการ ต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า ระบุจำนวนเงินค่าบริการ VAT 7 เปอร์เซ็นต์ และยอดรวม ตัวอย่างเช่น ค่าบริการ 10,000 บาท VAT 700 บาท รวม 10,700 บาท
สอง ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แม้เดือนนั้นไม่มีรายได้ก็ต้องยื่นแบบเปล่า ถ้ายื่นออนไลน์ได้ขยายเวลาถึงวันที่ 23
สาม จัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย บันทึกภาษีขาย (VAT ที่เก็บจากลูกค้า) และภาษีซื้อ (VAT ที่จ่ายให้ผู้ขาย) ส่วนต่างระหว่างภาษีขายกับภาษีซื้อคือเงินที่ต้องนำส่งสรรพากร
สี่ เก็บเอกสารอย่างน้อย 5 ปี ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน สัญญา ทุกอย่างต้องเก็บไว้เผื่อสรรพากรตรวจ
ข้อดีที่คุณอาจไม่รู้
หนึ่ง ได้เครดิตภาษีซื้อคืน VAT ที่คุณจ่ายไปกับค่าอุปกรณ์ ค่าซอฟต์แวร์ ค่าอินเทอร์เน็ต หรือค่าใช้จ่ายทางธุรกิจอื่นๆ สามารถนำมาหักกับภาษีขายได้ เช่น เดือนนี้เก็บ VAT จากลูกค้า 7,000 บาท แต่จ่าย VAT ค่าอุปกรณ์ไป 2,000 บาท ต้องนำส่งสรรพากรแค่ 5,000 บาท
สอง ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น ลูกค้าบริษัทใหญ่มักต้องการใบกำกับภาษีเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ ถ้าคุณออกใบกำกับภาษีได้ จะเป็นข้อได้เปรียบเหนือฟรีแลนซ์คนอื่น
สาม ตั้งราคาได้สูงขึ้น เมื่อลูกค้าบริษัทเห็นว่าคุณจด VAT แสดงว่าคุณเป็นมืออาชีพที่มีรายได้สูง ซึ่งส่งผลต่อความเต็มใจจ่ายในราคาที่สูงขึ้น
บทลงโทษถ้าไม่จด VAT
ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านแล้วไม่จด VAT จะมีบทลงโทษดังนี้ เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสีย เงินเพิ่ม 1.5 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนของภาษีที่ค้างจ่าย และอาจมีโทษอาญาปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ตัวอย่าง ถ้ารายได้ 2 ล้านบาท VAT ที่ต้องเสียคือ 140,000 บาท (7 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ส่วนที่เกิน 1.8 ล้าน) เบี้ยปรับ 2 เท่าคือ 280,000 บาท บวกเงินเพิ่ม 1.5 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน รวมแล้วอาจต้องจ่ายหลายแสนบาท
คำถามที่พบบ่อย
ถาม ถ้ารายได้ปีนี้เกิน 1.8 ล้าน แต่ปีหน้าน้อยลง ต้องจด VAT ต่อไหม ตอบ เมื่อจดแล้วต้องจด VAT ต่อไป จนกว่าจะยื่นคำร้องขอถอนทะเบียน ซึ่งต้องมีรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านติดต่อกัน 2 ปี
ถาม ลูกค้าจะต้องจ่ายแพงขึ้น 7 เปอร์เซ็นต์ไหม ตอบ ถ้าลูกค้าเป็นบริษัทที่จด VAT เช่นกัน VAT ที่จ่ายให้คุณเป็นภาษีซื้อที่เขาเอาไปเครดิตได้ ดังนั้นต้นทุนจริงของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้น
ถาม ฟรีแลนซ์ที่ยังไม่เกิน 1.8 ล้าน จด VAT ได้ไหม ตอบ ได้ สามารถจด VAT โดยสมัครใจได้ แต่ต้องชั่งข้อดีข้อเสียให้ดี เพราะเมื่อจดแล้วต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนและมีหน้าที่ต่างๆ ตามมา
อ่านวิธียื่นภาษีเพิ่มเติมที่ วิธียื่นภาษี ภ.ง.ด.90 สำหรับฟรีแลนซ์ และ วิธีคำนวณภาษีสำหรับฟรีแลนซ์
สรุป
ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจด VAT ภายใน 30 วัน อย่ารอ อย่าเพิกเฉย เพราะค่าปรับแพงมาก การจด VAT ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และยังมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งเครดิตภาษีซื้อ ความน่าเชื่อถือ และโอกาสทางธุรกิจ ใช้ Finlance ช่วยติดตามรายได้ของคุณเพื่อจะได้รู้ทันเมื่อถึงเกณฑ์