สัญญาจ้างงานฟรีแลนซ์ ตัวอย่างและข้อควรระวัง
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่ฟรีแลนซ์ทำบ่อยที่สุดคือการเริ่มทำงานโดยไม่มีสัญญาจ้างงาน หลายคนคิดว่าแค่คุยตกลงกันปากเปล่าก็พอ แต่เมื่อเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าไม่ยอมจ่ายเงิน ขอแก้งานไม่จบ หรือเปลี่ยนขอบเขตงานเรื่อยๆ สัญญาจ้างงานจะเป็นสิ่งเดียวที่ปกป้องคุณได้ บทความนี้จะอธิบายทุกเรื่องที่ฟรีแลนซ์ต้องรู้เกี่ยวกับสัญญาจ้างงาน พร้อมตัวอย่างข้อสัญญาที่นำไปใช้ได้จริง
ทำไมฟรีแลนซ์ต้องมีสัญญาจ้างงาน
ปกป้องสิทธิ์ของทั้งสองฝ่าย สัญญากำหนดขอบเขตงาน ราคา กำหนดส่ง และเงื่อนไขต่างๆ อย่างชัดเจน ทั้งคุณและลูกค้ารู้ว่าต้องทำอะไร จ่ายเท่าไหร่ เมื่อไหร่
ป้องกัน Scope Creep ลูกค้าขอเพิ่มงานนอกเหนือจากที่ตกลงไว้ เช่น "ช่วยเพิ่มหน้านี้อีกหน่อยได้ไหม" ถ้ามีสัญญาที่กำหนดขอบเขตชัด คุณสามารถอ้างอิงสัญญาและเสนอใบเสนอราคาใหม่สำหรับงานเพิ่มเติม
รับเงินตรงเวลา สัญญากำหนดวันจ่ายเงิน ถ้าลูกค้าจ่ายช้า คุณมีหลักฐานทางกฎหมาย
ความเป็นมืออาชีพ การมีสัญญาแสดงว่าคุณจริงจังกับงาน ลูกค้าจะเชื่อมั่นในตัวคุณมากขึ้น
องค์ประกอบสำคัญที่สัญญาต้องมี
1. ข้อมูลคู่สัญญา ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน/เลขทะเบียนบริษัท ของทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง
2. ขอบเขตงาน (Scope of Work) รายละเอียดงานที่ต้องทำอย่างชัดเจน สิ่งที่รวมอยู่ในราคา (Included) สิ่งที่ไม่รวม (Excluded) จำนวนหน้า/ชิ้น/features ที่ต้องส่ง (Deliverables) จำนวนครั้งแก้ไขฟรี (Revisions)
3. ค่าตอบแทนและเงื่อนไขการจ่ายเงิน จำนวนเงินทั้งหมด แยกเป็นงวดอย่างไร มัดจำเท่าไหร่ กำหนดจ่ายแต่ละงวดเมื่อไหร่ วิธีชำระเงิน (โอนธนาคาร) ค่าปรับกรณีจ่ายช้า
4. กำหนดเวลา วันเริ่มงาน วันส่งงาน Milestones สำคัญ ขั้นตอนการอนุมัติงาน
5. ทรัพย์สินทางปัญญา (IP Rights) ใครเป็นเจ้าของผลงานหลังส่งมอบ ผู้รับจ้างมีสิทธิ์ใช้ผลงานใน portfolio ได้หรือไม่ ลิขสิทธิ์โอนให้เมื่อไหร่ (จ่ายเงินครบแล้ว)
6. การรักษาความลับ (NDA) ข้อมูลที่เป็นความลับ ระยะเวลาห้ามเปิดเผย บทลงโทษ
7. เงื่อนไขการยกเลิก ฝ่ายใดมีสิทธิ์ยกเลิกได้ ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน Kill Fee (ค่ายกเลิกงาน) กี่เปอร์เซ็นต์ การจ่ายเงินค่างานที่ทำไปแล้ว
8. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ระบุว่าผู้ว่าจ้างจะหักภาษี ณ ที่จ่ายเท่าไหร่ (ปกติ 3%) ออก 50 ทวิ ให้เมื่อไหร่ ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องภาษีได้ที่ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คู่มือฉบับสมบูรณ์
เงื่อนไขการจ่ายเงินที่แนะนำ
สำหรับฟรีแลนซ์ การกำหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
โปรเจกต์เล็ก (ไม่เกิน 30,000 บาท) เรียกเก็บ 50% ก่อนเริ่มงาน และ 50% เมื่อส่งงานเสร็จ
โปรเจกต์กลาง (30,000-100,000 บาท) แบ่ง 3 งวด คือ 40% ก่อนเริ่มงาน 30% เมื่อส่ง draft แรก 30% เมื่อส่งงานเสร็จ
โปรเจกต์ใหญ่ (เกิน 100,000 บาท) แบ่ง 4-5 งวดตาม milestones ของโปรเจกต์ เริ่มจากมัดจำ 30% ก่อนเริ่มงาน
สำคัญมาก อย่าเริ่มงานโดยไม่ได้รับเงินมัดจำ ถ้าลูกค้าไม่ยอมจ่ายมัดจำ ให้ระวังไว้เลยว่าอาจมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินในภายหลัง
ข้อสัญญาเกี่ยวกับการแก้ไขงาน
เรื่องการแก้ไขงานเป็นสาเหตุของปัญหาอันดับ 1 ระหว่างฟรีแลนซ์กับลูกค้า ต้องกำหนดในสัญญาให้ชัดเจน
กำหนดจำนวนครั้งแก้ไขฟรี เช่น แก้ไขได้ 2 ครั้งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หลังจากนั้นคิด 500 บาท/ครั้ง
กำหนดขอบเขตการแก้ไข แก้ไขเฉพาะในขอบเขตงานที่ตกลง ไม่ใช่เปลี่ยนทั้งหมด
กำหนดเวลาตอบรับ ลูกค้าต้อง feedback ภายใน 7 วัน ถ้าไม่มี feedback ถือว่าอนุมัติ
ข้อควรระวังเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
เรื่อง IP เป็นเรื่องที่ฟรีแลนซ์หลายคนมองข้าม แต่สำคัญมาก
ลิขสิทธิ์เป็นของใคร ตามกฎหมายไทย ผู้สร้างสรรค์ผลงานเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่ถ้ามีสัญญาจ้างงานที่ระบุว่าโอนลิขสิทธิ์ให้ผู้ว่าจ้าง ลิขสิทธิ์ก็จะเป็นของผู้ว่าจ้าง
สิทธิ์ใช้ใน Portfolio ถ้าคุณต้องการใช้ผลงานใน portfolio ต้องระบุในสัญญาว่ามีสิทธิ์ใช้เพื่อโปรโมตตัวเอง
แนะนำ ระบุว่าลิขสิทธิ์จะโอนให้ผู้ว่าจ้างเมื่อจ่ายเงินครบถ้วนแล้วเท่านั้น ถ้ายังไม่จ่ายครบ ลิขสิทธิ์ยังเป็นของคุณ
Red Flags ที่ต้องระวัง
ไม่ยอมเซ็นสัญญา ลูกค้าที่ไม่ยอมทำสัญญา มีโอกาสสูงที่จะมีปัญหาภายหลัง
ขอให้เริ่มงานก่อนจ่ายเงิน "ทำไปก่อนเดี๋ยวจ่าย" ส่วนใหญ่แล้วจะไม่จ่าย
สัญญาฝั่งเดียว สัญญาที่เขียนปกป้องลูกค้าอย่างเดียว แต่ไม่มีเงื่อนไขปกป้องฟรีแลนซ์เลย
กำหนดส่งที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น ทำเว็บไซต์ 10 หน้าใน 3 วัน
ไม่ระบุจำนวนแก้ไข "แก้จนกว่าจะพอใจ" = แก้ไม่จบ
สัญญาจ้างงานกับกฎหมายไทย
ตามกฎหมายไทย สัญญาจ้างทำของไม่จำเป็นต้องเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ถ้ามูลค่ามากกว่า 500,000 บาท ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งไม่ว่ามูลค่าเท่าไหร่ เพราะจะเป็นหลักฐานที่ดีที่สุดในกรณีมีข้อพิพาท
อากรแสตมป์ สัญญาจ้างทำของต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาท ของค่าจ้าง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ฝ่ายผู้ว่าจ้างเป็นผู้ติดอากรแสตมป์
ลายเซ็น ทั้งสองฝ่ายต้องลงลายเซ็น มีพยาน 1 คนขึ้นไป ลงวันที่ให้ชัดเจน
สรุป
สัญญาจ้างงานคือเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการปกป้องฟรีแลนซ์ ไม่ว่าโปรเจกต์จะเล็กหรือใหญ่ ควรมีสัญญาทุกครั้ง สิ่งที่ต้องมี คือ ขอบเขตงาน ค่าตอบแทน กำหนดเวลา เงื่อนไขแก้ไข ลิขสิทธิ์ และเงื่อนไขยกเลิก อย่าเริ่มงานโดยไม่มีมัดจำ และอย่ายอมรับเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม การ ตั้งราคาค่าบริการ ที่เหมาะสมรวมกับสัญญาที่ดีจะทำให้ชีวิตฟรีแลนซ์ราบรื่นมากขึ้น