ข้อดีข้อเสียของการเป็นฟรีแลนซ์ ความจริงที่ไม่มีใครบอก
·อ่าน 2 นาที

ข้อดีข้อเสียของการเป็นฟรีแลนซ์ ความจริงที่ไม่มีใครบอก

Social media มักแสดงภาพฟรีแลนซ์ว่าเป็นชีวิตในฝัน นั่งทำงานริมทะเล เลือกเวลาเอง รายได้ไม่จำกัด แต่ความจริงมีทั้งด้านสว่างและด้านมืดที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง บทความนี้จะบอกทั้งสองด้านแบบตรงไปตรงมา


เปรียบเทียบทุกมิติ
เปรียบเทียบทุกมิติ

ข้อดีที่ 1: อิสรภาพในการเลือก


ข้อดีจริงๆ คุณเลือกได้ว่าจะทำงานอะไร ทำงานกับใคร ทำงานที่ไหน และทำงานเมื่อไหร่ ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการ autonomy สูง ฟรีแลนซ์ให้สิ่งนี้ได้


ความจริงที่ไม่มีใครบอก อิสรภาพในการเลือกมาพร้อมกับภาระในการตัดสินใจทุกอย่างเอง ทุกวันคุณต้องตัดสินใจ ตั้งแต่ทำอะไรก่อน ตั้งราคาเท่าไหร่ รับงานนี้หรือเปล่า ลูกค้าคนนี้ดีหรือไม่ Decision fatigue เป็นปัญหาจริงๆ ของฟรีแลนซ์


ข้อดีที่ 2: รายได้ไม่มีเพดาน


ข้อดีจริงๆ พนักงานมีเพดานเงินเดือน แต่ฟรีแลนซ์ไม่มี ถ้าคุณเก่งขึ้น หาลูกค้าได้มากขึ้น หรือสร้าง productized service ได้ รายได้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


ความจริงที่ไม่มีใครบอก ไม่มีเพดาน แต่ก็ไม่มีพื้น รายได้ฟรีแลนซ์ไม่สม่ำเสมอ เดือนนี้อาจได้ 100,000 เดือนหน้าอาจได้ 20,000 ความไม่แน่นอนนี้สร้างความเครียดมาก โดยเฉพาะช่วงแรกที่ยังไม่มี retainer client อ่านวิธีรับมือที่ จัดการความวิตกกังวลเรื่องเงิน


ข้อดีที่ 3: ทำงานจากที่ไหนก็ได้


ข้อดีจริงๆ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ทำงานที่บ้าน ที่ co-working space หรือที่ไหนก็ได้ที่มีอินเทอร์เน็ต


ความจริงที่ไม่มีใครบอก ทำงานที่บ้านทุกวันอาจทำให้โดดเดี่ยว ขาดปฏิสัมพันธ์กับคน ไม่มีเพื่อนร่วมงานคุยด้วย ไม่มี water cooler chat หลายคนเจอปัญหาความเหงาและซึมเศร้าจากการทำงานคนเดียว


ข้อดีที่ 4: เลือกลูกค้าที่ชอบ


ข้อดีจริงๆ ไม่ต้องทนเจ้านายที่ไม่ชอบ ไม่ต้องทำ project ที่ไม่อยากทำ เลือกลูกค้าที่ fit กับสไตล์การทำงาน


ความจริงที่ไม่มีใครบอก ช่วงแรกที่ยังไม่มี runway เพียงพอ คุณไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก ต้องรับงานทุกอย่างเพื่อจ่ายบิล ลูกค้าบางคนเรื่องเยอะกว่าเจ้านายที่แย่ที่สุด แต่ถ้าปฏิเสธก็ไม่มีเงิน อ่านวิธีจัดการที่ กล้าปฏิเสธลูกค้า


ข้อเสียที่ 1: ไม่มีสวัสดิการ


ไม่มีประกันสุขภาพจากนายจ้าง ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่มีลาป่วยได้เงิน ไม่มีวันหยุดพักร้อน ไม่มีโบนัส ทุกอย่างต้องจัดการเอง สำหรับฟรีแลนซ์ ป่วย 1 สัปดาห์ ไม่ใช่แค่เสียสุขภาพ แต่เสียรายได้ด้วย


ข้อเสียที่ 2: ต้องจัดการภาษีเอง


พนักงานไม่ต้องคิดเรื่องภาษีมาก เพราะบริษัทหักให้ทุกเดือน แต่ฟรีแลนซ์ต้องคำนวณเอง เก็บเอกสารเอง ยื่นเอง ทั้ง ภ.ง.ด.94 ครึ่งปีและ ภ.ง.ด.90 สิ้นปี ถ้ายื่นผิดมีค่าปรับ ถ้าไม่ยื่นผิดกฎหมาย อ่านเพิ่มที่ วิธีคำนวณภาษีฟรีแลนซ์


ข้อเสียที่ 3: หาลูกค้าตลอดเวลา


งานฟรีแลนซ์ไม่มีวันที่ไม่ต้องคิดเรื่องลูกค้า แม้จะมีงานอยู่ในมือ ก็ต้องหาลูกค้าคนต่อไปไว้เสมอ เพราะเมื่อ project ปัจจุบันจบ ถ้าไม่มีงานต่อ ก็ไม่มีรายได้


ข้อเสียที่ 4: Burnout


ฟรีแลนซ์มีแนวโน้มเป็น Burnout สูง เพราะเส้นแบ่งระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวเบลอ ทำงานอยู่บ้าน กินข้าวอยู่ที่ทำงาน ไม่มีวันที่ "ออกจากออฟฟิศ" จริงๆ หลายคนทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์โดยไม่รู้ตัว


เมื่อไหร่ควรเป็นฟรีแลนซ์ เมื่อไหร่ไม่ควร


ควรเป็นฟรีแลนซ์ถ้า คุณมี self-discipline สูง คุณชอบความหลากหลายในงาน คุณมีทักษะที่ตลาดต้องการ คุณรับความไม่แน่นอนได้ คุณมี runway ทางการเงินเพียงพอ


ไม่ควรเป็นฟรีแลนซ์ถ้า คุณต้องการความมั่นคงทางรายได้ คุณไม่ชอบจัดการเรื่องเงินและภาษี คุณต้องการสังคมในที่ทำงาน คุณไม่มีวินัยในการทำงานด้วยตัวเอง


สรุป


ฟรีแลนซ์ไม่ใช่ชีวิตในฝันสำหรับทุกคน แต่ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่แย่ ถ้าคุณเข้าใจทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างชัดเจน เตรียมตัวให้พร้อม และมี mindset ที่ถูกต้อง คุณสามารถสร้างอาชีพฟรีแลนซ์ที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขได้ สำหรับคู่มือเริ่มต้นเต็มรูปแบบ อ่านที่ เริ่มต้นเป็นฟรีแลนซ์

เริ่มจัดการเงินอย่างมืออาชีพ

Finlance ช่วยฟรีแลนซ์ติดตามรายได้ ประมาณภาษี และจัดการกระแสเงินสด

เริ่มใช้ฟรี