ประกันชีวิตแบบออม ฟรีแลนซ์ควรซื้อไหม วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย
·อ่าน 1 นาที

ประกันชีวิตแบบออม ฟรีแลนซ์ควรซื้อไหม วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย

ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตัวแทนประกันชอบเสนอฟรีแลนซ์ เพราะสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท แต่คำถามคือ คุ้มไหมสำหรับฟรีแลนซ์ที่ต้องการสภาพคล่องสูง


ประกันชีวิตแบบออมคืออะไร


เปรียบเทียบทางเลือกออม
เปรียบเทียบทางเลือกออม

ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ (Endowment Insurance) เป็นประกันที่รวมการคุ้มครองชีวิตกับการออมเงินไว้ด้วยกัน คุณจ่ายเบี้ยทุกปีตามระยะเวลาสัญญา (10-20 ปี) และได้รับเงินก้อนคืนเมื่อครบสัญญา


ระหว่างทางถ้าเสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินคุ้มครอง และเบี้ยที่จ่ายทุกปีสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท รวมกับเบี้ยประกันสุขภาพ


ข้อดีสำหรับฟรีแลนซ์


ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ถ้าคุณอยู่ในฐานภาษี 20% จะประหยัดภาษีได้ 20,000 บาทต่อปี คุ้มครองชีวิต ฟรีแลนซ์ไม่มีสวัสดิการจากนายจ้าง ถ้าเสียชีวิตครอบครัวจะได้รับเงิน บังคับออม ฟรีแลนซ์ที่ไม่มีวินัยในการออม ประกันช่วยบังคับให้จ่ายทุกปี


ข้อเสียสำหรับฟรีแลนซ์


ผลตอบแทนต่ำ เฉลี่ย 2-3% ต่อปี ต่ำกว่ากองทุนรวมหรือหุ้นมาก ขาดสภาพคล่อง ถ้าเลิกกลางทางจะเสียเงิน ได้คืนน้อยกว่าที่จ่ายไป ฟรีแลนซ์ที่รายได้ไม่แน่นอนอาจมีปัญหาจ่ายเบี้ยทุกปี ผูกมัดระยะยาว สัญญา 10-20 ปี ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนก็ยกเลิกยาก


ควรซื้อหรือไม่


ควรซื้อ ถ้าคุณมี Emergency Fund 6 เดือนแล้ว รายได้สม่ำเสมอพอจ่ายเบี้ยทุกปีโดยไม่ลำบาก ต้องการลดหย่อนภาษีเต็มวงเงิน 100,000 บาท และต้องการคุ้มครองชีวิตให้ครอบครัว


ไม่ควรซื้อ ถ้ายังไม่มี Emergency Fund รายได้ยังไม่สม่ำเสมอ ต้องการสภาพคล่องสูง หรือต้องการผลตอบแทนสูง


ทางเลือกอื่นที่ลดหย่อนภาษีได้ SSF และ RMF ลดหย่อนได้เหมือนกันแต่ผลตอบแทนสูงกว่า อ่านเพิ่มที่ วางแผนเกษียณ SSF RMF


สรุป


ประกันออมเหมาะกับฟรีแลนซ์ที่มีรายได้มั่นคง ต้องการลดหย่อนภาษี และคุ้มครองชีวิต แต่ไม่ควรเป็นเครื่องมือลงทุนหลัก ให้มีเป็นส่วนเสริมจากกองทุนรวม SSF RMF

เริ่มจัดการเงินอย่างมืออาชีพ

Finlance ช่วยฟรีแลนซ์ติดตามรายได้ ประมาณภาษี และจัดการกระแสเงินสด

เริ่มใช้ฟรี