กับดัก Lifestyle Inflation ฟรีแลนซ์รายได้เพิ่มแต่เงินเก็บไม่เพิ่ม
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมรายได้เพิ่มขึ้นทุกปี แต่รู้สึกว่าเงินไม่พอใช้อยู่ดี นั่นคือ Lifestyle Inflation หรือที่เรียกว่า "Lifestyle Creep" ปรากฏการณ์ที่รายจ่ายขยายตามรายได้โดยอัตโนมัติ เป็นกับดักที่ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ตกหลุมโดยไม่รู้ตัว
สำหรับการจัดการ Cashflow อย่างเป็นระบบ อ่าน คู่มือจัดการ Cashflow และ แยกบัญชีส่วนตัวและธุรกิจ
Lifestyle Inflation คืออะไร
เมื่อรายได้เพิ่ม ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มตามโดยธรรมชาติ อพาร์ตเมนต์ดีขึ้น รถแพงขึ้น อาหารที่ร้านบ่อยขึ้น เสื้อผ้าแบรนด์มากขึ้น เที่ยวต่างประเทศแทนในประเทศ สิ่งเหล่านี้ไม่ผิดในตัวมันเอง ปัญหาคือเมื่อรายจ่ายขยายตามรายได้ทั้งหมด ทำให้อัตราการออมไม่เพิ่มขึ้น
ตัวอย่างกับดัก Lifestyle Inflation
ปีที่ 1: รายได้ 50,000 บาท/เดือน ใช้จ่าย 40,000 ออม 10,000 ปีที่ 3: รายได้ 80,000 บาท/เดือน ใช้จ่าย 70,000 ออม 10,000 ปีที่ 5: รายได้ 120,000 บาท/เดือน ใช้จ่าย 110,000 ออม 10,000
รายได้เพิ่ม 2.4 เท่า แต่เงินออมไม่เพิ่มเลย นี่คือ Lifestyle Inflation ที่ซ่อนตัวอยู่
สาเหตุที่ Lifestyle Inflation เกิดขึ้น
Social Comparison เมื่อรายได้เพิ่ม เราเริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับกลุ่มเพื่อนใหม่ที่มีระดับรายได้สูงกว่า และอยากใช้ชีวิตในระดับเดียวกัน
Hedonic Adaptation มนุษย์ปรับตัวเข้ากับระดับความสุขใหม่อย่างรวดเร็ว สิ่งที่เคยทำให้มีความสุขกลายเป็นเรื่องปกติ ต้องการสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเสมอ
Availability Bias เมื่อมีเงินมากขึ้น การใช้จ่ายเพิ่มขึ้นรู้สึก "สมเหตุสมผล" มากขึ้น "ฉันหาเงินได้มาก จ่ายได้แน่นอน"
ไม่มีแผนการออมอัตโนมัติ ถ้าไม่มีการออมก่อนใช้ จะใช้ก่อนออมเสมอ และมักออมได้น้อยหรือไม่ออมเลย
วิธีหยุดกับดัก Lifestyle Inflation
กฎ Pay Yourself First ทุกครั้งที่ได้รับเงิน โอนออมทันทีก่อนใช้จ่ายอื่น กำหนดเป็น % เช่น 20% ทันทีที่รับเงิน
กฎ 50/30/20 50% ค่าจำเป็น 30% ต้องการ (lifestyle) 20% ออมและลงทุน เมื่อรายได้เพิ่ม ให้ขยาย 20% ไปพร้อมกับ 50% ไม่ใช่ขยายแค่ 30%
Spending Freeze เดือนละ 1 สัปดาห์ ไม่ซื้ออะไรนอกจากจำเป็น ช่วยรีเซ็ตนิสัยการใช้จ่าย
กฎ 24 ชั่วโมง ก่อนซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็นราคาเกิน 2,000 บาท รอ 24 ชั่วโมงก่อน มักพบว่าไม่ได้อยากซื้อจริงๆ
Journal รายจ่าย เขียนทุกครั้งที่ใช้จ่าย และถามตัวเองว่า "ซื้อเพราะต้องการจริงหรือเพราะกดดันทางสังคม?"
ความแตกต่างระหว่าง Lifestyle Upgrade ที่ดีกับ Inflation ที่ไม่ดี
Upgrade ที่ดี ลงทุนในสุขภาพ เช่น อาหารดี, ออกกำลังกาย ลงทุนในประสิทธิภาพการทำงาน เช่น คอมพิวเตอร์ที่เร็วกว่า ประสบการณ์ที่มีความหมาย เช่น เดินทางกับครอบครัว การศึกษาและพัฒนาตัวเอง
Inflation ที่ไม่ดี ยกระดับที่อยู่เพียงเพราะรายได้เพิ่ม ซื้อรถแพงขึ้นทั้งที่รถเก่ายังดี เพิ่มค่าอาหารนอกบ้านโดยไม่มีเหตุผล ซื้อสิ่งของที่ไม่ได้ใช้
สูตรคำนวณว่าตัวเองติด Lifestyle Inflation ไหม
คำนวณอัตราการออมในแต่ละปี อัตราการออม = เงินออม ÷ รายได้ × 100 ถ้าอัตราการออม % ลดลงหรือทรงตัวทั้งที่รายได้เพิ่ม นั่นคือ Lifestyle Inflation กำลังกัดกิน ฟรีแลนซ์ที่ดีควรเพิ่มอัตราการออมทุกปีที่รายได้เพิ่ม
เป้าหมาย: เพิ่มอัตราการออมทุกปี
ปีที่ 1 รายได้น้อย ออม 10% ปีที่ 3 รายได้เพิ่ม ออม 20% ปีที่ 5 รายได้เพิ่มมาก ออม 30% ถ้าทำได้แบบนี้ แม้ใช้ชีวิตดีขึ้นบ้าง เงินสะสมก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สรุป
Lifestyle Inflation เป็นศัตรูเงียบของความมั่งคั่ง เพราะมันเกิดขึ้นอย่างช้าๆ และไม่เจ็บปวด แต่ผลระยะยาวคือรายได้เพิ่ม 3 เท่า แต่เงินเก็บไม่เพิ่มเลย วิธีแก้คือออมก่อนใช้ กำหนด % ออมที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ และจงใจเลือก upgrade ที่มีความหมายจริงๆ แทนที่จะขยายชีวิตตามรายได้โดยอัตโนมัติ