เปลี่ยน Mindset จากพนักงานสู่ฟรีแลนซ์ 6 สิ่งที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด
ฟรีแลนซ์หลายคนที่ล้มเหลวไม่ใช่เพราะทักษะไม่ดี แต่เพราะยังคิดแบบพนักงานอยู่ การเปลี่ยนจากพนักงานเป็นฟรีแลนซ์ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสถานที่ทำงาน แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดทั้งหมด
1. จาก "รอคำสั่ง" เป็น "ริเริ่มเอง"
พนักงาน มีหัวหน้าสั่งงาน มี project manager จัดลำดับความสำคัญ มี meeting ที่คนอื่นนัดให้ แค่ทำตาม brief ที่ได้รับก็พอ
ฟรีแลนซ์ ทุกอย่างเริ่มจากคุณ ต้องหาลูกค้าเอง ตั้ง deadline เอง จัดลำดับความสำคัญเอง ไม่มีใครมาบอกว่าต้องทำอะไรเมื่อไหร่ ถ้ารอให้มีคนมาสั่ง จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วิธีเปลี่ยน เริ่มจากการวางแผนสัปดาห์ทุกวันจันทร์ กำหนดว่าสัปดาห์นี้ต้องทำอะไรบ้าง ทั้งงานลูกค้า งาน marketing งาน admin และงานพัฒนาตัวเอง ใช้ time blocking เพื่อจัดสรรเวลาให้แต่ละงาน
2. จาก "ขายเวลา" เป็น "ขายคุณค่า"
พนักงาน ได้เงินเดือนตามจำนวนชั่วโมงที่ทำงาน ไม่ว่าจะสร้างคุณค่ามากหรือน้อย ก็ได้เงินเท่าเดิม
ฟรีแลนซ์ รายได้ไม่จำกัด แต่ต้องเรียนรู้ว่าสิ่งที่ลูกค้าจ่ายเงินซื้อไม่ใช่เวลาของคุณ แต่เป็นผลลัพธ์ที่คุณสร้างให้ ถ้าคุณช่วยลูกค้าเพิ่มยอดขายได้ 1 ล้านบาท คุณควรได้ค่าตอบแทนที่สะท้อนคุณค่านั้น ไม่ใช่แค่ค่าเวลาที่ใช้ไป
วิธีเปลี่ยน เลิกคิดราคาต่อชั่วโมง เริ่มคิดราคาต่อ project หรือต่อคุณค่าที่ส่งมอบ ถ้าคุณทำงานเร็วขึ้นแล้วยังคิดรายชั่วโมง คุณจะได้เงินน้อยลงแทนที่จะได้มากขึ้น
3. จาก "บริษัทรับความเสี่ยง" เป็น "ฉันบริหารความเสี่ยง"
พนักงาน บริษัทรับความเสี่ยงทุกอย่าง ไม่มีลูกค้าก็ยังได้เงินเดือน ป่วยก็ได้ลาป่วย เศรษฐกิจไม่ดีก็ยังมีเงินเดือนเข้า
ฟรีแลนซ์ คุณรับความเสี่ยงทั้งหมด ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ป่วยก็ไม่มีรายได้ ลูกค้าเบี้ยวก็ต้องรับเอง ฟังดูน่ากลัว แต่ข้อดีคือ ถ้าบริหารความเสี่ยงได้ดี reward ก็สูงกว่ามาก
วิธีเปลี่ยน สร้าง Emergency Fund อย่างน้อย 6 เดือน มีลูกค้าหลายรายไม่พึ่งรายเดียว มีสัญญาจ้างงานที่ชัดเจน มีประกันสุขภาพ และกระจายแหล่งรายได้
4. จาก "แข่งกับเพื่อนร่วมงาน" เป็น "Collaborate กับคนอื่น"
พนักงาน แข่งขันกับเพื่อนร่วมงานเพื่อตำแหน่งที่สูงขึ้น โบนัส และโปรโมชั่น
ฟรีแลนซ์ ฟรีแลนซ์คนอื่นไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็น potential collaborator ถ้าคุณเป็น Developer และได้งานที่ต้องการ Designer ด้วย คุณสามารถ partner กับ Designer ฟรีแลนซ์ และได้งานที่ใหญ่กว่า ฟรีแลนซ์ที่ collaborate กันมักได้งานที่ดีกว่าและใหญ่กว่าคนที่ทำคนเดียว
5. จาก "กลัว Rejection" เป็น "เรียนรู้จาก Rejection"
พนักงาน ถูก reject น้อยมาก เพราะทำงานตาม brief ที่ให้มา
ฟรีแลนซ์ ถูก reject บ่อยมาก ส่ง proposal 10 ครั้ง อาจได้งาน 1-2 ครั้ง ตั้งราคาแล้วลูกค้าบอกแพง ส่งงานแล้วลูกค้าไม่พอใจ ทุก rejection เป็นโอกาสเรียนรู้ว่า proposal ควรปรับยังไง ราคาควรตั้งเท่าไหร่ งานควรปรับปรุงอย่างไร
6. จาก "เรียนตอนมีคนสอน" เป็น "เรียนเอง ตลอดเวลา"
พนักงาน บริษัทมี training มี mentor มี senior ที่ช่วยสอน
ฟรีแลนซ์ ต้องเรียนเอง หาแหล่งเรียนเอง ลงทุนในตัวเองเอง ทั้งทักษะหลักและทักษะเสริมอย่างการเงิน ภาษี marketing และ sales ฟรีแลนซ์ที่หยุดเรียนรู้จะถูกตลาดทิ้งไว้ข้างหลัง
สรุป
การเปลี่ยน mindset ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ต้องฝึกฝนทุกวัน สิ่งที่ช่วยได้คือ หา community ฟรีแลนซ์ที่มี mindset ดี อ่านหนังสือเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการ และสะท้อนตัวเองสม่ำเสมอว่ายังคิดแบบพนักงานอยู่หรือเปล่า อ่านเพิ่มเติมเรื่อง Mindset การเงินที่ Mindset เงินฟรีแลนซ์